10 ปี สลายชุมนุม พฤษภาคม 2553 : ถึงเวลาหรือยังให้สัตยาบัน ICC ?

ครบรอบการเสียชีวิตของประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2553 ก็มีความเคลื่อนไหว #ตามหาความจริง ทวงถามจากผู้เกี่ยวข้องในการสลายชุมนุมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายในเหตุการณ์รนั้น ซึ่งเวลาผ่านมาแล้ว 10 ปี เป็นที่แจ่มชัดว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยน่าจะคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหายได้ไม่ดีนัก ภาคประชาชนต่างๆ จึงเริ่มไม่พอใจ

ในหลายประเทศที่อำนาจเผด็จการโจ่งแจ้งหรือซ่อนรูปยังอยู่ ความยุติธรรมจะเกิดยาก “ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court หรือ ICC )” จึงมีหน้าที่มาอุดช่องว่างนี้ โดยมีกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ยูโกสลาเวียและกัมพูชา เป็นสาเหตุของการจัดตั้งองค์กรขึ้นมา

มีรัฐลงนามประสงค์เข้าร่วมเป็นภาคีทั้งหมด 139 รัฐ รวมถึงไทย และในปัจจุบันนี้เป็นรัฐภาคีเนื่องจากให้สัตยาบันแล้ว 122 รัฐ เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ โดยมีผลบังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2545 รัฐไหนเป็นภาคีแล้วต้องใช้เวลา 60 วันจึงจะมีผลใช้บังคับ

เมื่อเป็นภาคีแล้ว แต่ละรัฐก็จะออกกฎหมายให้สอดคล้องหรืออนุวัตรตามแนวทางของ “ธรรมนูญกรุงโรม (Rome Statute)”

สถานะของไทย คือ ลงนามแล้ว แต่ยังไม่ให้สัตยาบัน จะใช้บริการของศาลอาญาระหว่างประเทศได้หรือไม่ เพื่อแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้ที่บาดเจ็บล้มตายจากเหตุเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เงื่อนไขการรับคดี มี 4 องค์ประกอบดังนี้

1.มีการกระทำความผิดในเขตอำนาจศาล 3 อำนาจดังนี้

  • อำนาจตามหลักดินแดน (รวมอากาศยานและเรือ) ได้แก่เป็นรัฐภาคีและผ่าน 60 วันแล้วจึงเกิดเหตุความผิดขึ้นประการหนึ่ง และ ไม่ได้เป็นรัฐภาคีอะไรเลย แต่รัฐบาลแถลงยอมรับเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นเฉพาะกรณี ๆ ไป โดยมีเงื่อนไขไม่ย้อนเกินอำนาจตามหลักเวลาเป็นประการที่สอง
  • อำนาจตามหลักเวลา ได้แก่ เหตุการกระทำความผิดต้องไม่เกิดก่อนวันที่ 1 กรกาคม 2545 ที่ธรรมนูญมีผลบังคับใช้
  • อำนาจตามหลักบุคคล ได้แก่ ผู้เสียหายที่จะฟ้องร้องได้ ต้องเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อเท่านั้น ผู้ที่กระทำความผิดเป็นบุคคลไม่ใช่รัฐและต้องเป็นบุคคลในรัฐภาคีเท่านั้นโดยสัญชาติ หรือเลขาธิการสหประชาชาติโดยสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเห็นชอบ ยื่นเรื่องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศพิจารณา

2.เป็นความผิดร้ายแรง 4 ประเภทได้แก่

  • ความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ได้แก่การสังหารอย่างเป็นระบบต่อผู้มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนาหรือความเชื่อทางการเมือง
  • ความผิดฐานอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ได้แก่การสังหารอย่างเป็นระบบต่อพลเมืองทั่วไป (หมายถึงไม่มีความเชื่อแตกต่างกันอย่างชัดเจน)
  • ความผิดฐานอาชญากรสงคราม ได้แก่การกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายสงคราม เช่น ผู้ที่ยอมแพ้ยกธงขาวแล้วยังสังหาร หรือยิงเข้าไปในศาสนสถาน โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่พยาบาล เป็นต้น
  • ความผิดอาญาฐานรุกราน เป็นเรื่องการสั่งบุกเข้าไปในประเทศอื่น (กรณีนี้ ไทยสงวนไว้)

3.ศาลในประเทศไม่ดำเนินการสอบสวนจนได้ผู้กระทำผิด หรือไม่เต็มใจทำคดี หรือมีเหตุอื่นให้ทำไม่ได้ เช่นกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นต้น

4.คดีเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมหรือไม่ กล่าวคือ ดำเนินคดีแล้วผู้มีอำนาจทั้งหลายจะกลัว ไม่กล้าทำผิดต่อพลเมืองของตัวหรือไม่ เป็นต้น

ก่อนจะไปถึงเราจะมีวิธีหาความจริงได้อย่างไร ก็มาดูอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเข้าเป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรมนี้ได้ ซึ่งมีกรณีสำคัญที่ฝ่ายทหารมักอ้างถึงอยู่เสมอคือ ธรรมนูญกรุงโรมนี้ไม่ได้ยกเว้นความผิดประมุขของรัฐหากทำผิด

คำถามคือ กฎหมายนี้หมายถึงใคร ซึ่งต้องเข้าใจว่าประมุขของรัฐที่มีอำนาจฝ่ายบริหารด้วยจึงจะสั่งการทำผิดได้นั้น ในปัจจุบันมีแค่ระบอบกษัตริย์และระบอบประธานาธิบดีที่เป็นผู้บริหารเช่นในสหรัฐอเมริกา หรืออเมริกาใต้

ประมุขของรัฐในระบอบรัฐสภาเช่นของไทย หรืออย่างกรณีของประเทศในยุโรป อังกฤษ หรืออินเดียนั้น ผู้รับผิดชอบในการบริหารเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีหลักการว่า พระมหากษัตริย์จะไม่เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์กระทำการใดๆ ก็ไม่ผิด แต่หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในฝ่ายบริหารกระทำการภายใต้พระปรมาภิไธย ที่เรารู้จักกันว่า “ผู้รับสนอง…” นั่นเอง

ดังนั้น ประมุขในระบอบการปกครองที่เป็นระบบรัฐสภา จะไม่มีโอกาสทำผิดได้เลย เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองทั้งนั้น หากจะมีความผิดเกิดขึ้น ก็ต้องรับโทษไปตามควร เช่น โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือโดยคดีความไป

มาดูตัวอย่างในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 5 เขียนไว้คล้ายรัฐธรรมนูญของไทยว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะตำหนิหรือกล่าวหาพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ความรับผิดชอบของพระมหากษัตริย์ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี” ส่วนของไทยเรามีงานที่รัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองฯ ได้ ของนอร์เวย์ไปทั้งคณะฯ

เงื่อนไขฝ่ายทหารที่ขวางการให้สัตยาบันโดยการอ้างพระมหากษัตริย์ของทหารนั้น ไม่มีอะไรมากนอกจากจะต้องการรักษา “การรัฐประหาร” ไว้เท่านั้น

ในส่วนการแสวงหาความจริงเรื่องการกระชับพื้นที่จนเกิดการสูญเสียขึ้น แนวทางที่ง่ายที่สุดคือ สนับสนุนให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้อำนาจรัฐ และคอยฟังว่าพรรคการเมืองไหน สนับสนุนการให้สัตยาบันกับ ICC และจะให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ปี 2552 หรือ 2553 แล้วแต่กรณีก่อนให้สัตยาบัน พรรคไหนหาเสียงเช่นนี้ ก็ให้การสนับสนุน

อีกแนวทางหนึ่งคือเหยื่อหรือผู้เสียหายฟ้องร้องเอง กรณีนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า ทนายอัมสเตอร์ดัม เลิกราไปเพราะอะไร ในเรื่องสัญชาติของผู้กระทำความผิดเป็นใครก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีและถือสัญชาติรัฐที่เป็นภาคี หากมีหลักฐานสามารถดำเนินการได้ทันที

ประเด็นสำคัญหากจะดำเนินการข้างต้นคือ เรื่องเขตอำนาจศาลต้องชัดเจนทั้ง 2 วิธี และ การฟ้องต้องมีตัวตนชัดเจน ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองปกติ แต่ต้องทำอย่างเป็นระบบ กว้างขวางและผิดตามองค์ประกอบความผิดข้างต้นเสมอ

การกลับมาทบทวนเรื่องนี้ อีกครั้งไม่สายเกินไป การชุมนุมประท้วงของชาวเกาหลีใต้ที่เมืองกวางจู เมื่อ 18 พฤษภาคม 1980 ถูกปราบปราม พลเมืองบาดเจ็บ ล้มตาย จำนวนมาก สุดท้ายผู้เกี่ยวข้องก็ขึ้นศาลและมีความผิดในปี ค.ศ. 1996 ใช้เวลา 16 ปี

หลังจากหมดยุคการสืบทอดอำนาจจากเผด็จการ เกาหลีใต้ที่เคยยากจน ก็กลับเป็นเกาหลีใต้เช่นปัจจุบันดังที่เห็นกัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

9

ตุลาคม

เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ส่ง 32 ทีม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อ่านต่อ

10-12

ตุลาคม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปยังพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู – หนองคาย – บึงกาฬ – อุดรธานี

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

จังหวัดไหนส่งบ้าง ? เช็คชื่อ – เบอร์ “คณะก้าวหน้า” ส่ง 42 ผู้สมัครชิงนายก อบจ.

เวทีแบบเบิ้มๆ ที่แรก ! “ปิยบุตร” ลุย “สกลนคร” คืนสังเวียนปราศรัยเลือกตั้งท้องถิ่น – หนุน “ณรงเดช อุฬารกุล” ผู้สมัครเบอร์ 3 ชิง นายก อบจ.

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

“คณะก้าวหน้า” เปิดตัวผู้สมัครท้องถิ่น 32 อบจ. “ธนาธร” ชูวิสัยทัศน์ – โชว์นโยบายยึดอุดมการณ์ “อนาคตใหม่” – ลั่น “เปลี่ยนประเทศไทยเริ่มได้ที่บ้านเรา”

“ธนาธร” ลุย “สกลนคร” ฟังวิสัยทัศน์ “ณรงคเดช” ว่าที่ผู้สมัคร อบจ. – ชูลงทุนด้านการศึกษา ท่องเที่ยว ยกระดับเกษตร ย้ำทุกอย่างต้องโปร่งใส่ ตรวจสอบได้

ขนส่งสาธารณะ “รถ – ราง – เรือ” เชื่อมประสานเปลี่ยน “อยุธยา” – “ธนาธร” ควง “วัสพงศ์” ลุยสำรวจ – ฟังปัญหาประชาชน ใช้ออกแบบนโยบาย

บทความ

   ดูทั้งหมด
บทความ

ว่าด้วยการปิดบริการรถไฟฟ้าในช่วงการชุมนุม: มองความสัมพันธ์ นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา ผ่านรถไฟฟ้า

ความเคลื่อนไหว บทความ

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

จึง "เรียน" มาเพื่อทราบ

ความนิยมในอำนาจและความประสาทแดก

โลกใหม่ที่เป็นไปได้

เหลียวซ้ายแลขวา บทเรียนจาก 6 ตุลาคม 2519 : จิตสำนึกสังคมนิยมแห่งยุคสมัย-พวกเขาคือนักสังคมนิยม

รายงานพิเศษ

มีอะไรใน “แขวน 6 ตุลา” ? เสียงสะท้อนคนหลายรุ่น “ทำไมต้องมีอะไรที่พูดไม่ได้ เราอยากได้คำตอบ” รำลึกเหตุการณ์ “อาชญากรรมรัฐ” การล้อมปราบอำมหิต

สัมภาษณ์พิเศษ

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ : การกลับมาของจิตร ภูมิศักดิ์ “คุณเพิกเฉยตัวเขาได้ แต่ไม่อาจเพิกเฉยงานของเขาได้เลย !”

รายงานพิเศษ

จาก “ลานโพธิ์” ถึง “ทำเนียบรัฐบาล” 1.49 ชั่วโมง – กว่า 10,000 ก้าว “ลองเดิน” บนเส้นทางทวงคืน “ประชาธิปไตย”

บทความ

หากใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้าที่ต้องทำให้งบประมาณปี 2564 บังคับใช้ให้ทันภายใน 1 ต.ค. ตามกรอบเวลาปกติ

Common School : Covid-1984

กายวิภาครัฐไทย : กลไกอำนาจรัฐและอำนาจนำในสังคมไทย