“ชัชวาล นันทะสาร” คนธรรมดาสู้ศึก นายก อบจ. “เมืองเจดีย์ใหญ่” ไม่หวั่นชนบ้านใหญ่ – แชมป์เก่า “ธนาธร – ปิยบุตร” หนุนเต็มที่ “นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของนครปฐม”

14 ธันวาคม 2563

เพิ่งเสร็จสิ้นไปสดๆ ร้อนๆ กับเวทีปราศรัยใหญ่ของ คณะก้าวหน้านครปฐม โดยในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ “หมอชัช” หรือ “ชัชวาล นันทะสาร” ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครปฐม และทีมสมาชิกสภาจังหวัดนครปฐม (ส.อบจ.) ชูสโลแกนที่เมื่อใครได้รับรู้แล้วก็ต้องชื่นชมว่ากล้าหาญอย่างยิ่ง นั่นคือ “นครปฐมยุคใหม่ นายใหญ่คือประชาชน” หวังเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นให้ปลอดจากอิทธิพลใหญ่ ตระกูลใหญ่ กลายมาเป็นเรื่องของคนทุกคน 

“หมอชัช” เล่าให้ฟังว่า อาชีพปัจจุบันของตนเองคือเป็นสัตวแพทย์ และก่อนหน้าที่จะมาลงสมัคร นายก อบจ.นครปฐม ก็เคยร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ และเมื่อพรรคถูกยุบก็มาร่วมงานกับคณะก้าวหน้า สำหรับจังหวัดนครปฐมนั้น รอการเปลี่ยนแปลงมานานแล้ว ทุกคนคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่มีใครเสนอตัวมาทำอย่างจริงจังสักที เมื่อเรามีโอกาสได้ร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ และปัจจุบันก็มาเป็นคณะก้าวหน้า เราเห็นช่องทางว่า เรามีโอกาสที่จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้ เลยสนใจมาสมัครนายก อบจ.  

“นครปฐมเป็นเมืองที่ติดกับกรุงเทพมหานคร การขยายตัวของเมืองเข้ามาเยอะ ขณะเดียวกันปัญหาอย่างหนึ่งนั้น คือ แม้จังหวัดจะมีศักยภาพพัฒนาได้มากกว่านี้อีก แต่ภาพรวมจังหวัดก็คือมีการยึดครองเรื่องอำนาจทางการเมืองแบบรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน จึงไม่เกิดการแข่งขันในการพัฒนา ทำให้เราคิดว่า ถ้าเสนอตัวมาเป็นทางเลือก การแข่งขันกันพัฒนาก็จะเกิดขึ้น ศักยภาพของจังหวัดก็จะดีขึ้นตามไปด้วย” ชัชวาล กล่าว

ทั้งนี้ นโยบายสำคัญที่ “หมอชัช” อยากนำเสนอ และคิดว่าจะทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงนครปฐมให้ปลอดจากอิทธิพล ปลอดจากการผูกขาดของกลุ่มการเมืองในจังหวัด คือ นโยบายรัฐเปิดเผย หรือ Open government ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมออกแบบ ร่วมตัดสินว่าประชาชนอยากได้อะไรในท้องถิ่นจริงๆ ภาษีประชาชนจะถูกใช้ไปกับโครงการอะไรบ้าง จะเป็นการลดข้อกังขาการใช้งบประมาณของจังหวัด และงบประมาณก็จะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในจังหวัด

“ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นแก้ได้ด้วยเรื่องนี้ นโยบายนี้ทำให้เราได้เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง โครงการต่างๆ รายรับรายจ่าย สินทรัพย์ต่างๆ ของ อบจ. จะถูกเอาเข้าสู่เว็บไซต์แล้วกางให้ทุกคนเห็นว่าเป็นอย่างไร โปร่งใสหรือไม่ ตรงความต้องการของประชาชนหรือไม่ สัญญาประมูลใครได้ไป ป้องกันการล็อคสเป็กด้วย จะไม่มีใครมาหักหัวคิวพวกเรา เอางบประมาณของพวกเรา เข้าตัวเองเพื่อสร้างความร่ำรวย สร้างอิทธิพลมากดขี่พวกเราได้อีกต่อไป งบประมาณเหล่านี้ของนครปฐมต้องเป็นของคนนครปฐมอย่างเท่าเทียม เพื่อพัฒนานครปฐมให้ดีขึ้น” ชัชวาล กล่าวอย่างหนักแน่น 

อีกเรื่องที่เขาจะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ เมื่อเปิดข้อมูลแล้ว เห็นงบประมาณต่างๆ  เห็นทิศทางการใช้จ่ายจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ประชาชนสามารถมาร่วมออกแบบการใช้งบประมาณนี้กับ อบจ.ได้ โดย “หมอชัช” บอกว่าถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้บริหาร จะกันงบประมาณลงทุนไว้ส่วนหนึ่งในแต่ละปี ให้ประชาชนเข้ามาโหวตร่วมกันว่าจะใช้งบประมาณไปกับอะไร ที่ประชาชนต้องการในพื้นที่จริงๆ 

เช่นว่า บางคนอยากได้สวนสาธารณะ บางคนอยากได้โรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ ศูนย์เลี้ยงเด็ก ฯลฯ ก็มาร่วมกันโหวตว่างบประมาณนั้นๆ จะลงตรงจุดไหน จะไม่เกิดปัญหาเรื่องการสร้างอะไรขึ้นมาที่ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะพี่น้องประชาชนโหวตมาเอง และพื้นที่นั้น สถานที่นั้น ทุกคนจะมีส่วนร่วม รักษา ดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกคนจะรู้สึกเป็นเจ้าของ ถ้าทำเช่นนี้ได้ก็จะไม่เกิดกรณีอย่างสนามกีฬาร้าง สวนสาธารณะร้าง ฯลฯ ที่งบประมาณหายไปโดยไม่ก่อประโยชน์ใดกับประชาชน

ชัชวาล เชื่อมั่นว่า ด้วยงบประมาณของ อบจ.นครปฐม ที่มีกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท หรือในหนึ่งวาระกว่า 4,000 ล้านบาท สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาจังหวัดนครปฐมไปได้ไกลกว่านี้ได้อีกมาก 

“นครปฐมนั้น เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการผูกขาดการเมืองท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน และนี่คือเวลาของการเปลี่ยนแปลง และมีแต่การเมืองใหม่ การเมืองที่โปร่งใสเท่านั้น ที่จะพัฒนานครปฐมได้ ผมเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องคงไม่อยากให้ลูกหลานเติบโตมาในสังคมที่มีผู้มีอิทธิพลกดขี่และผูกขาดเป็นธุรกิจการเมือง การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงอนาคตจังหวัดนครปฐม” ชัชวาล กล่าว

และนี่คือ “ชัชวาล นันทะสาร” ผู้สมัครนายก อบจ. นครปฐม ที่หาญกล้าประกาศลั่นว่า “นครปฐมยุคใหม่ นายใหญ่คือประชาชน” พร้อมลงสู้ศึกสนามเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ซึ่งต้องชนทั้งบ้านใหญ่และแชมป์เก่าในคราวเดียวกัน

นี่คือคนที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า บอกว่า  “ถ้าอยากได้แบบใหม่ มีทางเดียวก็คือต้องเลือกแบบใหม่ คือเลือกชัชวาล นันทะสาร ที่จะทำให้เรามีโอกาสเปลี่ยนนครปฐมจากการเมืองแบบเดิมๆ ได้” 

นี่คือคนที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า บอกว่า “ชัชวาล นันทะสาร คืออนาคตของนครปฐม คือโอกาสที่ดีที่สุดของชาวนครปฐม”

__
ผลิตโดย คณะก้าวหน้า โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 1768 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ช้ัน 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 ผลิตเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 จำนวน 1 ชิ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด
12 มกราคม 2565

ยิงรถประชาชนที่ “นราธิวาส” ปัญหาเชิงโครงสร้าง – มาตรการความมั่นคงทำ ปชช.อยู่ในความเสี่ยง “คณะก้าวหน้า” ชวนร่วมแคมเปญ “ด่านจิต”

19 ตุลาคม 2564

“ธนาธร” ฮอดอีสาน พบผู้สมัคร อบต. “มหาสารคาม” ชูนโยบายสวัสดิการผู้สูงวัย-จัดการขยะ

18 ตุลาคม 2564

ท้องถิ่นดีกว่านี้ได้ ! โชว์ผลงานความสำเร็จ – ลุยต่อเลือกตั้ง อบต. คณะก้าวหน้า หนุน 210 ทีม ทุกภาคทั่วประเทศ

8 ตุลาคม 2564

เปิดข้อมูลการสร้างเครื่องเพิ่มความเข้มข้นออกซิเจนในอากาศ – จากปัญหาด้านสาธารณสุขสู่ปัญญาด้านเทคโนโลยี

8 ตุลาคม 2564

“นครสวรรค์ – กำแพงเพชร – พิษณุโลก พร้อมแล้วทีมว่าที่ผู้สมัครชิงนายก อบต.

6 ตุลาคม 2564

“พรรณิการ์” ลุย สมุทรปราการ ติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร อบต. – ด้าน ผู้สมัครนายกฯ “ราชาเทวะ” กางนโยบายหลัก หวังเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ สร้างองค์กรโปร่งใส

บทความ

   ดูทั้งหมด
24 มกราคม 2565    Common School

Don’t Look Up : อย่าฝากชีวิตไว้ในมือเสรีนิยม

20 มกราคม 2565    ตลาดวิชาอนาคตใหม่

จากความมั่งคั่งของแผ่นดิน สู่ความมั่งคั่งของสถาบันกษัตริย์

20 มกราคม 2565    Common School

ที่ใดมีอินเทอร์เน็ต ที่นั่นมีอนาธิปไตย

19 มกราคม 2565    Common School

ประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานไม่ใช่เพราะ “ชิงสุกก่อนห่าม” แต่เพราะการกลับมาของฝ่ายนิยมเจ้าในการรัฐประหาร 2490

16 มกราคม 2565    Reading Revolution

อ่านเปลี่ยนโลก : แนะนำหนังสือใหม่ 10 เล่มเข้มข้นแบบจุกๆ

15 มกราคม 2565    Common School

ครูผู้ผูกขาดความรู้

12 มกราคม 2565    ความเคลื่อนไหว รายงานพิเศษ

ยิงรถประชาชนที่ “นราธิวาส” ปัญหาเชิงโครงสร้าง – มาตรการความมั่นคงทำ ปชช.อยู่ในความเสี่ยง “คณะก้าวหน้า” ชวนร่วมแคมเปญ “ด่านจิต”

8 มกราคม 2565    Common School

วันเด็กไทย…เพื่อใครกันแน่

4 มกราคม 2565    Common School

[ การเมืองท้องถิ่นแบบคณะก้าวหน้า และก้าวต่อไปของสิ่งที่เรียกว่า “อคาเดมี” ]