ทำไมในสภาวะวิกฤต รัฐสวัสดิการ “ถ้วนหน้า” จึงส่งผลต่อผู้เดือดร้อนได้ดีกว่าระบบ “สงเคราะห์”

ในสภาพวิกฤติปัจจุบัน การระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก ไวรัสที่เหมือนจะเป็นกลางทางชนชั้น ทำให้มนุษย์เสมอภาคกันต่อหน้าความตาย เมื่อมาอยู่ภายใต้ทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ กลับวางเงื่อนไขแบบตรงกันข้าม เมื่อการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการปิดพื้นที่และกิจกรรมทางทางเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของคนจำนวนมหาศาล

ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรก คือ ประชากรส่วนใหญ่ที่ไม่มีรายได้ประจำ กลุ่มผู้ประกอบการเหนือแรงงานตัวเองเช่น ร้านบะหมี่รถเข็น ร้านค้าขนาดเล็ก ฯลฯ ตามมาด้วยพนักงานรายวันที่ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการไม่แน่นอน คนกลุ่มนี้มีเกือบ 20 ล้านคน เป็นประชากรส่วนใหญ่ของวัยทำงานในประเทศไทย และเมื่อคน 20 ล้านได้รับผลกระทบย่อมหมายถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ พนักงานรายเดือนก็ได้รับผลกระทบด้วย

ผลกระทบในลักษณะลูกโซ่นี้ งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกายืนยันว่า “การกักตัว” กลายเป็นเรื่องหรูหราสำหรับชนชั้นกลางระดับบน แต่คนส่วนมากที่ยากจน หาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถกักตัวให้ปลอดจากการระบาดของโรคได้ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยิ่งแสดงออกมาให้ชัดเจน จนนำมาสู่คำถามคือ รัฐบาลสามารถมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ได้หรือไม่ ?

การตอบสนองที่แตกต่างกันสะท้อนมุมมองต่อมนุษย์ที่ต่างกัน

การตอบสนองของรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกมีแตกต่างกัน แต่โดยหลักแล้ว คือ การคำนึงถึง 3 ปัจจัย ได้แก่ “รักษาโรค รักษาเศรษฐกิจ และเยียวยาความเป็นมนุษย์” หากแต่หลักคิดพื้นฐานของรัฐที่แตกต่างกันก็นำสู่จุดเน้นที่แตกต่างกันไป บางรัฐเน้นรักษาโรคโดยไม่สนใจมนุษย์ บางรัฐเน้นการพยุงทางเศรษฐกิจแต่ปล่อยให้ผู้คนอดตายก็ปรากฏเช่นกัน

ในกรณีรัฐไทยนั้น มีมาตรการเยียวยาออกมาเป็นระยะๆ  แต่มาตรการต่างๆ ของไทยนั้น ยังคงฐานความคิดแบบเดิมคือ “สวัสดิการไม่ใช่สิทธิ เป็นเรื่องของความน่าสงสารและสงเคราะห์” และ “เจ้าสัวและกลุ่มทุนอยู่รอด ประเทศนี้ก็จะอยู่รอดด้วย”

ผลที่ออกมาคือ มาตรการพยุงกลุ่มทุนผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่การช่วยเหลือโดยตรงต่อกลุ่มคนทั่วไปต้องผ่านการพิสูจน์สิทธิที่ซับซ้อน มีการขู่ฟ้องเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากใครกรอกข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือหากใครไม่พอใจการตัดสินรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ของทางการสามารถยื่นคำร้องได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

มาตรการนี้ รัฐบาลตั้งเป้าเยียวยาไว้สูงสุด 9-10 ล้านคน หรือประมาณ 25 % ของประชากรในวัยแรงงาน ซึ่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดข้อถกเถียงถึงประสิทธิภาพของระบบคัดกรอง ความเป็นธรรม และความลำบากของผู้คน จนมีข้อเสนอต่างๆ มากมายเพื่อสะท้อนความล้มเหลวของมาตรการของรัฐ แต่ก็ยังคงติดอยู่กับเงื่อนไขที่ว่าไม่สามารถจัดสวัสดิการให้ทุกคน เช่นการเสนอว่า “ให้รวมก่อนแล้วคัดออกทีหลัง” หรือ “ให้ทุกคน แต่ไม่ชดเชยให้แก่ผู้มีเงินเดือนประจำ หรือข้าราชการ หรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ” แม้แต่เครือข่ายภาคประชาชนก็ยังมีคำถามว่าเหตุใด “ต้องให้ชนชั้นกลาง หรือข้าราชการที่ร่ำรวยอยู่แล้ว”

คำถามและข้อเสนอเหล่านี้ สวนกระแสกับประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงทั่วโลก และมองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการสร้างความเป็นธรรมในระดับโลก นั่นคือเรื่อง “เงินเดือนพื้นฐานถ้วนหน้า (Universal Basic Income)”  หรือหากแปลง่ายๆ คือ การที่รัฐบาลจัดเงินเดือนพื้นฐานให้กับประชาชนทุกคนแบบถ้วนหน้า ไม่เลือกฐานะอาชีพ ไม่ว่ารวยหรือจน เป็นคนชนชั้นไหนก็ได้ทั้งหมด

ระบบถ้วนหน้าดีกว่าอย่างไร?

‘ถ้าเงินหรือทรัพยากรของประเทศ เหมือนขนมเค้กชิ้นใหญ่ ถ้าคิดตามแนวทางนโยบายการคลัง หรือการคิดต้นทุนทางบัญชีแบบง่ายๆ ก็คือควรตัดแบ่งให้คนจนมากๆ ที่สุด ก็จะได้ทรัพยากรมากที่สุด ชนชั้นกลางหรือคนรวยเอาน้อยหรือไม่ต้องเอาก็ได้’

ข้างต้นนี้ เป็นวิธีคิดของการจัดสวัสดิการในสังคมไทยหรือที่เราเรียกกันว่าระบบ “สงเคราะห์”  ดังนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่ออกมาจึงอยู่ในลักษณะ เช่นว่า โรงเรียนรัฐบาลก็สำหรับคนจน สิทธิการรักษาพยาบาลฟรีก็ไว้สำหรับคนจน เบี้ยผู้สูงอายุก็มีไว้กันตาย เป็นต้น

ผลที่ออกมาคือระบบแบบนี้ล้มเหลว เพราะนอกจากเป็นการยืนยันว่าสวัสดิการจากรัฐนั้นไม่มีประสิทธิภาพ เอาไว้แค่กันตาย เพราะหากเยอะมากก็จะมีหลักคิดว่าคนจะงอมืองอเท้า สุดท้าย สวัสดิการเลยเป็นแบบกระมิดกระเมี้ยน จะให้ได้รับต้องผ่านการพิสูจน์ ประจานความจน ประจานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แถมเมื่อได้รับแล้วก็ไม่เพียงพอต่อการต่อลมหายใจ และยังต้องปะทะกับสังคมอีกว่า ทำไมคนนี้ควรได้หรือคนนี้ไม่ควรได้

งานวิจัยของ Therese Saltkjel นักสังคมศาสตร์จากนอร์เวย์ ในปี 2017 ได้ระบุว่า ระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้านั้นดีกว่าสำหรับกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยง เช่น กลุ่มที่การศึกษาไม่สูง กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง กลุ่มคนที่หางานลำบาก

จากการสำรวจประชากรกว่า 300,000 คน กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดกลับได้ประโยชน์มากที่สุดเมื่อสวัสดิการกลายเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่เมื่อสวัสดิการเป็นแบบการพิสูจน์ให้ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่มากขึ้น กลุ่มที่ยากจน  คนป่วยเรื้อรัง หรือมีภาระมากที่สุดกลับเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ ในปี 2018   Detlef Jan ระบุว่า การที่ชนชั้นกลางก็ได้ประโยชน์จากระบบสวัสดิการถ้วนหน้านี้ จะไม่สร้างภาวะ “แพะรับบาป” หรือการมองว่าในวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมนี้มีคนที่เป็นภาระ สังคมแนวโน้มที่จะขยายสวัสดิการเพิ่มมากขึ้นเพื่อโอบรับผู้คนได้มากขึ้นเมื่อสังคมเผชิญกับวิกฤติการณ์ต่างๆ

ประเทศไทยเองก็เคยพิสูจน์แล้วว่า นโยบายสวัสดิการที่ประสบความสำเร็จในสังคมครั้งใหญ่ๆ คือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ดึงกลุ่มคนมหาศาลให้อยู่ในระบบเดียวกัน นำไปสู่การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เบี้ยผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็เป็นนโยบายที่สามารถช่วยกลุ่มคนแก่ที่ยากจนได้ตรงจุดที่สุด ในขณะที่ระบบสงเคราะห์เคาะประตูตามบ้าน หรือการสร้างงานสร้างอาชีพกับกลุ่มผู้สูงอายุกลายเป็นโครงการที่ล้มเหลวซ้ำซาก ตำนำพริกละลายแม่น้ำ เทียบไม่ได้กับระบบเงินคนแก่ถ้วนหน้าระบบเดียวที่ได้ดำเนินการมา

ในบทความชิ้นต่อไป ผมจะชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงประเทศที่ใช้ระบบสวัสดิการถ้วนหน้า และขยายความแนวคิดเรื่องเงินเดือนพื้นฐานถ้วนหน้าที่เคยทดลองใช้ในแต่ละพื้นที่ว่ามีผลอย่างไร และจะช่วยให้เราพ้นจาก วิกฤติโควิด -19 ได้อย่างไร

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

20

ธันวาคม

20 ธันวาคม เลือกตั้งนายก อบจ. – ส.อบจ. ทั่วประเทศ

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

99 วัน หลังรับตำแหน่ง นายกฯ “เทศบาลก้าวหน้า” มั่นใจ “น้ำประปาดื่มได้” เป็นจริง !

ทำทันที! เทศบาล “ก้าวหน้า” ชู “น้ำประปาดื่มได้”

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

ติวเข้มทีมเทศบาลนคร “นครราชสีมา” – “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” ชิงนายก ชู “4 แก้ 4 ก้าว” สร้าง “โคราช สมาร์ท ซิตี้”

ส่องตราสัญลักษณ์ “เทศบาล” ท้องถิ่นไหนมี “รัฐธรรมนูญ” ปรากฏ ?

บทความ

   ดูทั้งหมด
Reading Revolution บทความ

อ่านความยุติธรรม ย้อนคิดความยุติธรรมไทย

Common School บทความ

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 1 : ฝึกอ่านหลักฐานชั้นต้น ตีความประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง

Common School บทความ

ตลาดวิชาอนาคตใหม่ การผจญภัยทางปัญญา โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล

บทความ บทความพิเศษ

เมื่อรัฐก่อ “นิติสงคราม” กับประชาชน เราจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร?

บทความ บทความพิเศษ

จากกรณีประสิทธิ์ เจียวก๊ก ถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

บทความ

“ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” จากนักธุรกิจผู้เดินเข้านอกออกในกองทัพ สู่วิทยากรไอโอจิตอาสา 904 สุดท้ายกลายเป็น “นักต้มตุ๋นพันล้าน” บทเรียนราคาแพงของการอ้างความ “จงรักภักดี”

บทความ

“จิตร ภูมิศักดิ์” นักตั้งคำถามแห่งยุคสมัย – ต้นแบบเยาวชนคนรุ่นใหม่

Common School บทความ

ขอบฟ้าความเป็นไปได้ 3 : เออร์เดม กุนดุซ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”

Common School บทความ

เสียงที่ไม่ได้ยิน : ปัญหา และทางออกของคนงานแพลตฟอร์ม