ประธานสภาหญิง บทบาทการเมืองบนความหลากหลาย

21 กรกฎาคม 2569
เนอส ภัทราภรณ์ ประธานสภาหญิงคนแรก


ไกลก้อง ไวทยการ


จากสภาที่เปิดเผยการลงมติ สภาที่ฟังประชาชน ไปจนถึงสภาที่ทำให้สิทธิ สุขภาพ และชีวิตประจำวันกลายเป็นวาระสาธารณะ

เวลาพูดถึงการเมืองของกรุงเทพมหานคร ความสนใจส่วนใหญ่มักพุ่งไปที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะฝ่ายบริหารเป็นผู้ประกาศนโยบาย สั่งการหน่วยงาน และปรากฏอยู่ในข่าวแทบทุกวัน ส่วนสภากรุงเทพมหานครมักถูกวางไว้ข้างหลัง ราวกับมีหน้าที่เป็นตรายางรับรองงบประมาณและข้อบัญญัติที่ฝ่ายบริหารเสนอเข้ามา

แต่ในระบอบประชาธิปไตย เมืองที่มีฝ่ายบริหารเข้มแข็งโดยปราศจากสภาที่เข้มแข็งนั้นไม่ใช่เมืองที่บริหารงานได้ดี หากเป็นเมืองที่อำนาจไหลไปรวมอยู่ที่ฝ่ายบริหาร โดยไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการตรวจสอบ การทักท้วง การเปิดเผยข้อมูล และการนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ ส.ก.เนอส สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ได้รับเลือกเป็นประธานสภากรุงเทพมหานครด้วยคะแนน 39 ต่อ 7 และกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ในประวัติศาสตร์ของสภากรุงเทพมหานคร

ความหมายของเหตุการณ์นี้ไม่ควรหยุดอยู่ที่ภาพของผู้หญิงคนแรกบนเก้าอี้ประธาน เพราะคำถามที่สำคัญกว่าคือ เมื่อคนที่มีประสบการณ์แตกต่างจากผู้นำแบบเดิมขึ้นมาคุมกติกาของสภา สภาจะมองเห็นปัญหาแบบใหม่ รับฟังคนกลุ่มใหม่ และทำให้เรื่องใด ที่จะกลายเป็นวาระสาธารณะได้บ้าง


สภาไม่ได้เป็นหลังพิงให้ฝ่ายบริหาร

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ภาพ: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงต่อสภาเพื่อขอเพิ่มวงเงินในการเช่าที่ดินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อใช้เป็นที่จอดรถเก็บขนมูลฝอยกทม. วันที่ 29 เมษายน 256


สภากรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายนิติบัญญัติของเมือง มีอำนาจพิจารณาข้อบัญญัติและงบประมาณ ตั้งกระทู้และญัตติ อภิปราย ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ลงมติ และตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องที่อยู่ในอำนาจของกรุงเทพมหานคร อำนาจเหล่านี้อาจไม่ได้เห็นผล เป็นถนนหรือโรงเรียนทันที แต่เป็นกลไกที่กำหนดว่าโครงการใดจะได้รับเงิน ใครต้องตอบคำถาม ข้อมูลใดต้องถูกเปิดเผย และปัญหาแบบไหนจะได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญหาของเมือง

ประธานสภาจึงไม่ใช่เพียงผู้จัดลำดับผู้พูดหรือควบคุมเวลาในห้องประชุม ตำแหน่งนี้มีบทบาทต่อการกำหนดกติกา วัฒนธรรมการอภิปราย การทำงานของคณะกรรมการ การเข้าถึงข้อมูลของสมาชิก ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสภากับประชาชน

คำว่า วาระสาธารณะของประธานสภาหญิง ในบทความนี้จึงไม่ได้หมายถึงนโยบายสำหรับผู้หญิงเท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะนำสภาได้ดีกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ ผู้หญิงมีอุดมการณ์ ผลประโยชน์ และวิธีใช้อำนาจแตกต่างกันได้ไม่ต่างจากผู้ชาย

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เมื่อโครงสร้างการเมืองเปิดทางให้ผู้หญิงจากการเลือกตั้งขึ้นมานำฝ่ายนิติบัญญัติของเมือง  ประสบการณ์ที่เคยถูกจำกัดอำนาจไว้ อาจถูกนำมาเปลี่ยนมุมมองการทำงานของสภา เปลี่ยนคนที่สภารับฟัง และเปลี่ยนกติกาที่ใช้ตัดสินเรื่องทรัพยากรสาธารณะ


ผู้หญิงในตำแหน่งประธานสภายังมีน้อย

ข้อมูลปัจจุบันของสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศระบุว่า ผู้หญิงดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาหรือประธานสภาหนึ่งในระบบสองสภาเพียงร้อยละ 21 ของตำแหน่งที่มีผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้ผู้หญิงจะเข้าสู่การเมืองมากขึ้น แต่ตำแหน่งที่คุมกติกาและวาระของสภายังคงเป็นพื้นที่ที่ผู้ชายครองอยู่เป็นส่วนใหญ่

งานสังเคราะห์หลักฐานมากกว่า 500 ชิ้นของ King’s College London และ Westminster Foundation for Democracy พบความสัมพันธ์ระหว่างการมีผู้หญิงในตำแหน่งนำทางการเมืองกับการให้ความสำคัญต่อสุขภาพ สวัสดิการ การศึกษา และกลุ่มประชากรที่เปราะบางมากขึ้น รวมถึงรูปแบบการนำที่เปิดกว้างและร่วมมือมากขึ้นในหลายบริบท

อย่างไรก็ดี หลักฐานเหล่านี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อสร้างภาพเหมารวมว่าผู้หญิงมีคุณธรรมกว่าโดยกำเนิด ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากเพศสภาพ แต่เกิดจากประสบการณ์ชีวิต เครือข่ายทางสังคม แรงกดดันจากผู้เลือกตั้ง อุดมการณ์ทางการเมือง และกติกาของสถาบันที่เปิดหรือปิดโอกาสให้ผู้นำลงมือทำ

การมีประธานสภาหญิงจึงมีความหมายอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรกคือการเป็นตัวแทน ทำให้เด็กผู้หญิงและประชาชนที่เคยไม่เห็นตนเองอยู่ในพื้นที่อำนาจเห็นว่าตำแหน่งสูงสุดของสภาไม่จำเป็นต้องมีเพศเดียว ชั้นที่สองคือการกำหนดวาระ เพราะผู้นำที่มาจากประสบการณ์ต่างกันอาจเลือกหยิบเรื่องที่ระบบเดิมมองข้ามเข้าสู่การอภิปราย ชั้นที่สามคือการออกแบบสถาบัน เพราะประธานสภาสามารถทำให้ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความเสมอภาคกลายเป็นกติกาปกติ


รู้จัก ประธานสภาหญิง สายสังคมประชาธิปไตย

หากมองไปยังรัฐสภาและสภาเมืองในต่างประเทศ เราจะเห็นว่าผลงานที่น่าสนใจของประธานสภาหญิงไม่ได้มีรูปแบบเดียว บางคนเปิดสภาให้ประชาชนธรรมดาเข้ามาร่วมคิด บางคนทำให้ความหลากหลายทางภาษาได้รับการยอมรับ บางคนลงทุนกับประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ และบางคนผลักให้เรื่องสุขภาพ การดูแล และสิทธิในร่างกายขึ้นมาอยู่กลางวาระนิติบัญญัติ

กรณีเหล่านี้ไม่ใช่ผลงานของบุคคลเพียงคนเดียว ทุกความเปลี่ยนแปลงเกิดจากการทำงานของสมาชิกสภา พรรคการเมือง ภาคประชาชน ข้าราชการ และขบวนการทางสังคม แต่ตำแหน่งประธานสภามีความสำคัญเพราะเป็นจุดที่อำนาจเชิงสัญลักษณ์ อำนาจทางระเบียบ และอำนาจในการจัดวาระมาบรรจบกัน


เยอรมนี สภาที่ชวนประชาชนมาช่วยคิด

Bärbel Bas Bundestag ประธานสภา เยอรมนี

ภาพ: Bärbel Bas ประธาน Bundestag หรือสภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนี ปี 2021-2025


ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 Bärbel Bas นักการเมืองจากพรรค SPD ซึ่งเป็นพรรคสังคมประชาธิปไตย ดำรงตำแหน่งประธาน Bundestag หรือสภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนี

ในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่ง Bundestag จัดตั้งสมัชชาประชาชน ที่รัฐสภาเป็นผู้ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2023 ภายใต้หัวข้ออาหาร ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้เข้าร่วมถูกสุ่มจากประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยออกแบบให้มีคนต่างวัย ต่างพื้นที่ และคนเล็ก คนน้อย ในพื้นที่สาธารณะเข้ามาร่วมกันพิจารณาเรื่องอาหาร ฉลากอาหาร และขยะอาหาร ก่อนจัดทำข้อเสนอส่งคืนสู่รัฐสภา

สมัชชาประชาชนไม่ได้เข้ามาแทนที่สมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้ง อำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังอยู่กับรัฐสภา แต่กระบวนการดังกล่าวทำให้เห็นว่า สภาไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่พูดแทนประชาชนอย่างเดียว สภาสามารถสร้างพื้นที่ให้ประชาชนช่วยนิยามปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และตรวจสอบสมมติฐานของผู้กำหนดนโยบายได้ด้วย

บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่คือการยอมรับว่า ความรู้ทางนโยบายไม่ได้อยู่ในมือของนักการเมือง ข้าราชการ หรือนักวิชาการเท่านั้น คนที่ต้องซื้ออาหาร เลี้ยงครอบครัว จัดการรายได้ และเผชิญต้นทุนชีวิตในแต่ละวันก็เป็นเจ้าของความรู้ที่สภาควรรับฟัง

สำหรับกรุงเทพมหานคร แนวคิดนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า ก่อนสภาจะตัดสินเรื่องค่าโดยสาร การจัดการขยะ ทางเท้า โรงเรียน หรือบริการสุขภาพ เรามีกระบวนการที่ดึงคนซึ่งได้รับผลกระทบจริงเข้ามาช่วยตั้งโจทย์มากเพียงใด หรือประชาชนยังมีบทบาทเพียงรับฟังผลการตัดสินใจหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว


สเปน สภาที่ประชาชนใช้ภาษาได้หลากหลาย

Francina Armengol สเปน ประธานสภาหญิง

ภาพ: Francina Armengol ประธานสภาผู้แทนราษฎรสเปนคนปัจจุบัน จากพรรค PSOE 
Credit: Tribuna Complutense


Francina Armengol ประธานสภาผู้แทนราษฎรสเปนจากพรรค PSOE ซึ่งอยู่ในพื้นที่การเมืองสังคมประชาธิปไตย เป็นอีกกรณีที่เชื่อมประชาธิปไตยเข้ากับความหลากหลาย

ในปี 2023 สภาผู้แทนราษฎรสเปนแก้ไขระเบียบเพื่อรับรองการใช้ภาษาที่มีสถานะเป็นภาษาราชการในแคว้นต่าง ๆ เช่น ภาษากาตาลัน ภาษาบาสก์ และภาษากาลิเซีย ในกิจกรรมของสภา นอกเหนือจากภาษาคาสตีล

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องของการแปลภาษา แต่ลึกลงไปคือคำถามว่า สถาบันของประเทศจะยอมรับประชาชนในความหลากหลายของพวกเขา หรือบังคับให้ทุกคนลดทอนอัตลักษณ์ของตนเองก่อนเดินเข้าสู่พื้นที่อำนาจ

ต่อมา สภาสเปนยังเดินหน้าแผนรัฐสภาเปิดสำหรับปี 2025 ถึง 2027 โดยมีเป้าหมายเพิ่มความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูล และความเข้าใจของประชาชนต่อกลไกภายในสภา ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดเผยระบบที่พรรคการเมืองใช้จัดสรรโควตาเพื่อนำเรื่องเข้าสู่วาระประชุม เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยตามรอยได้ว่าเหตุใดข้อเสนอบางเรื่องจึงเข้าสู่การพิจารณา ขณะที่บางเรื่องต้องรอ

ประชาธิปไตยจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดช่องให้ประชาชนส่งความคิดเห็น แต่รวมถึงการทำให้ประชาชนมองเห็นเส้นทางของอำนาจว่า เรื่องหนึ่งเข้าสู่วาระได้อย่างไร ใครมีสิทธิจัดลำดับ และข้อเสนอถูกยอมรับหรือปฏิเสธด้วยเหตุผลใด

กรณีสเปนยังเตือนเราว่า ความหลากหลายไม่จำเป็นต้องเป็นภัยต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสถาบัน ในทางกลับกัน การยอมให้ความแตกต่างปรากฏอยู่ในพื้นที่ทางการอย่างมีศักดิ์ศรี อาจช่วยให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐสภาเป็นของพวกเขามากขึ้น


เวลส์ สภาที่ลงทุนกับประชาธิปไตยรุ่นต่อไป

Elin Jones รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เวลส์ Wales

ภาพ: Elin Jones ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Cabinet Minister for Finance) ของรัฐบาลเวลส์
credit: BBC


Elin Jones นักการเมืองจาก Plaid Cymru พรรคก้าวหน้าสายกลางซ้ายของเวลส์ ดำรงตำแหน่ง Llywydd หรือประธานรัฐสภาเวลส์ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ในช่วงดังกล่าว รัฐสภาเวลส์เดินหน้าปฏิรูปหลายด้าน ตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อสภาเป็น Senedd Cymru การจัดตั้งรัฐสภาเยาวชน ไปจนถึงการขยายสิทธิเลือกตั้งระดับเวลส์ให้แก่เยาวชนอายุ 16 และ 17 ปี

การให้สิทธิเลือกตั้งแก่คนอายุ 16 และ 17 ปีไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิ แต่เป็นการยอมรับว่า คนหนุ่มสาวเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายการศึกษา สิ่งแวดล้อม ขนส่ง ที่อยู่อาศัย และตลาดแรงงาน จึงควรมีสิทธิร่วมกำหนดอนาคตที่พวกเขาต้องอยู่กับมันนานที่สุด

รัฐสภาเยาวชนก็มีความหมายในทำนองเดียวกัน เด็กและเยาวชนไม่ได้ถูกเชิญมาเยี่ยมชมอาคารหรือฟังคำบรรยายเรื่องประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ได้ฝึกกำหนดวาระ รวบรวมข้อมูล อภิปราย และส่งข้อเสนอต่อผู้มีอำนาจจริง

กรณีของเวลส์ทำให้เห็นว่า ภารกิจของประธานสภาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดการสมาชิกสภาชุดปัจจุบัน แต่รวมถึงการสร้างประชาธิปไตยสำหรับคนรุ่นต่อไปด้วย สภาที่ไม่ลงทุนสร้างผู้มีส่วนร่วมรุ่นใหม่ อาจยังประชุมได้ตามระเบียบ แต่กำลังสูญเสียฐานความชอบธรรมในระยะยาว

สำหรับกรุงเทพมหานคร คำถามนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เมืองที่มีนักเรียน เยาวชน และคนหนุ่มสาวจำนวนมากควรมีสภาเยาวชนเมืองที่มีเส้นทางส่งข้อเสนอเข้าสู่สภา กทม. อย่างจริงจังหรือไม่ และเสียงของคนรุ่นใหม่ควรถูกนำมาใช้ตั้งโจทย์งบประมาณด้านการศึกษา พื้นที่สาธารณะ ขนส่ง และสิ่งแวดล้อมอย่างไร


นิวยอร์ก สภาที่ทำให้การดูแลเป็นเรื่องสาธารณะ

Adrienne Adams ประธานสภาหญิง New York นิวยอร์ก ผิวดำ black

ภาพ: Adrienne Adams ประธานสภาเมืองนิวยอร์กระหว่างปี 2022 ถึง 2025 เธอเป็นประธานสภาคนผิวดำคนแรกของนิวยอร์ก

Adrienne Adams จากพรรค Democrat ดำรงตำแหน่งประธานสภาเมืองนิวยอร์กระหว่างปี 2022 ถึง 2025 เธอเป็นประธานสภาคนผิวดำคนแรก และเป็นผู้นำสภาเมืองชุดแรกในประวัติศาสตร์นิวยอร์กที่มีผู้หญิงเป็นสมาชิกเสียงข้างมาก

ภายใต้การนำของเธอ สภาเมืองนิวยอร์กผลักดันชุดกฎหมายด้านสุขภาพของมารดา โดยมุ่งแก้ความเหลื่อมล้ำที่ทำให้ผู้หญิงผิวดำและคนตั้งครรภ์บางกลุ่มเผชิญความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น กฎหมายไม่ได้มองปัญหาเป็นเรื่องของโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงถึงข้อมูล การเข้าถึงบริการ การติดตามหลังคลอด สุขภาพจิต และความรับผิดชอบของหน่วยงานเมือง

สภาเมืองยังจัดสรรงบเพื่อขยายการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงที่สิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์ในสหรัฐอเมริกาถูกจำกัดลงในหลายรัฐ การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เห็นว่า สภาท้องถิ่นสามารถใช้ทั้งกฎหมายและงบประมาณคุ้มครองสิทธิที่กระทบชีวิตของประชาชนได้ แม้บริบทการเมืองระดับชาติจะถอยหลัง

ใจกลางของกรณีนิวยอร์กคือการเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกผลักให้เป็นภาระส่วนตัวของผู้หญิงและครอบครัวให้กลายเป็นความรับผิดชอบสาธารณะ การตั้งครรภ์ การคลอด การดูแลเด็ก สุขภาพจิต หรือความปลอดภัยในบ้านไม่ใช่เรื่องเล็กนอกรัฐ หากเป็นเงื่อนไขที่กำหนดว่าใครสามารถเรียน ทำงาน เดินทาง และใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างเท่าเทียม

การมีผู้หญิงเป็นเสียงข้างมากไม่ได้รับประกันว่าสภาจะก้าวหน้าโดยอัตโนมัติ แต่กรณีนิวยอร์กแสดงให้เห็นว่า เมื่อองค์ประกอบของผู้แทนเปลี่ยน เรื่องที่เคยถูกมองว่าเฉพาะกลุ่มก็มีโอกาสถูกยกระดับขึ้นมาอยู่กลางการจัดสรรงบประมาณและการออกกฎหมาย


จาก ส.ก. บางซื่อ สู่ประธานสภากรุงเทพมหานคร

เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภาหญิง สภากรุงเทพ สภา กทม.


ก่อนขึ้นเป็นประธานสภา กทม. ภัทราภรณ์ทำงานในฐานะ ส.ก.เขตบางซื่อ โดยเริ่มจากปัญหาที่ประชาชนพบในชีวิตประจำวัน เช่น ทางเท้า ไฟส่องสว่าง น้ำท่วม ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และผลกระทบจากกิจกรรมของหน่วยงานหรือสถานประกอบการต่อชุมชน

งานเหล่านี้ทำให้เห็นความจริงข้อหนึ่งของการเมืองท้องถิ่น ปัญหาเล็กที่คนพบหน้าบ้านมักมีรากเชื่อมกับเรื่องใหญ่ในห้องประชุม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การแบ่งอำนาจระหว่างหน่วยงาน คุณภาพของข้อมูล หรือการที่ไม่มีใครถูกกำหนดให้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

เมื่อเข้าสู่สภา เธอไม่ได้ทำงานเพียงในฐานะผู้ประสานเรื่องร้องเรียน แต่ใช้ญัตติ กระทู้ คณะกรรมการ และการอภิปรายงบประมาณเป็นเครื่องมือดึงปัญหาจากพื้นที่เข้าสู่การตัดสินใจของเมือง ผลงานหลายชิ้นจึงช่วยให้เราเห็นทิศทางของวาระสาธารณะที่เธออาจนำเข้าสู่บทบาทใหม่

สร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับคนในเมือง

ภัทราภรณ์ได้ริเริ่มการปรับปรุงศูนย์นันทนาการเตชะวณิช หรือศูนย์เยาวชนเตชะวณิชเดิม ซึ่งเคยทรุโทรมทั้งที่เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของคนทุกวัย โดยทำงานร่วมกับคณะก้าวหน้าและภาคเอกชนตั้งแต่ปลายปี 2565 เพื่อปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ จนกระบวนการแล้วเสร็จในปี 2568 การฟื้นศูนย์แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ซ่อมอาคาร แต่คือการคืนพื้นที่กีฬา ดนตรี การเรียนรู้ และการพบปะให้กลับมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของชุมชน 

อีกโครงการหนึ่งคือปรับปรุงสวนริมคลองประปาระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ตั้งแต่แยกประชาชื่น-แยกประชานุกูล ซึ่งเริ่มจากการสอบถามประชาชนทั้งทางออนไลน์ การแจกไปรษณียบัตรตามบ้าน และการตั้งป้ายรับความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบโครงการร่วมกับสำนักงานเขต คณะก้าวหน้า และอาสาสมัครในพื้นที่ จนปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวกำลังจะสร้างเสร็จเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่เพื่อประชาชนเขตบางซื่อ


ทำให้สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์เป็นบริการสาธารณะของเมือง

เดือนมกราคม 2567 ภัทราภรณ์เสนอญัตติให้สภากรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยในสถานพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร เหตุผลสำคัญคือ แม้กฎหมายจะรับรองสิทธิแล้ว แต่สถานพยาบาลรัฐที่ให้บริการยังไม่เพียงพอ ทำให้คนรายได้น้อยต้องเผชิญต้นทุน ค่าเดินทาง ความล่าช้า และความเสี่ยงที่มากกว่าคนที่มีทรัพยากร

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ต่อมาในเดือนตุลาคม 2568 เธอตั้งกระทู้ติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าโรงพยาบาลสังกัด กทม. ที่ให้บริการเพิ่มจาก 3 แห่งเป็น 8 แห่ง แม้ยังมีข้อจำกัดด้านผู้เชี่ยวชาญและระบบส่งต่อ

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนกรอบความคิด จากเรื่องที่เคยถูกปิดบังด้วยอคติทางศีลธรรมและผลักให้ผู้หญิงจัดการตามลำพัง ไปสู่คำถามเรื่องสิทธิ ความปลอดภัย ความเสมอภาคด้านรายได้ และหน้าที่ของระบบสาธารณสุขเมือง

นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวาระสาธารณะของประธานสภาหญิง เพราะไม่ได้เรียกร้องเพียงให้สังคมเห็นใจ แต่ใช้เครื่องมือของสภาสร้างข้อมูล ตั้งคณะศึกษา ขอคำตอบจากฝ่ายบริหาร และติดตามจนเกิดการขยายบริการ


ปกป้องงบประมาณที่ช่วยให้บริการฉุกเฉินไปถึงผู้ป่วยเร็วขึ้น

เดือนกันยายน 2567 ในการพิจารณากันงบประมาณไว้เบิกเหลื่อมปี คณะกรรมการเสียงข้างมากไม่เห็นชอบให้ตัดงบสำหรับรถจักรยานยนต์กู้ชีพฉุกเฉินหรือ Motorlance จำนวน 12 รายการ โดยตั้งข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในการจัดซื้อ บุคลากร และจุดจอดรถ

ภัทราภรณ์ในฐานะกรรมการเสียงข้างน้อยอภิปรายสนับสนุนให้รักษางบดังกล่าว โดยชี้ว่ารถจักรยานยนต์กู้ชีพเหมาะกับเมืองที่การจราจรติดขัดและสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นระหว่างรอรถพยาบาลได้ หลังการอภิปราย ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบให้กันงบประมาณรายการนี้

ความสำคัญของกรณีนี้ไม่ใช่ว่าโครงการของฝ่ายบริหารควรได้รับงบทุกครั้ง แต่คือภาพของสภาที่ตรวจสอบทั้งความจำเป็นและความพร้อม แล้วตัดสินโดยอาศัยข้อมูลและผลกระทบต่อชีวิตคน ไม่ใช่ตัดหรือเพิ่มงบเพราะความสัมพันธ์ทางการเมือง


เปิดพื้นที่กีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นทางเลือกให้เด็กและเยาวชน

ภัทราภรณ์ยังผลักดันให้กรุงเทพมหานครส่งเสริมกีฬาทางเลือกและเพิ่มพื้นที่กีฬาเอ็กซ์ตรีม โดยเสนอให้มองกีฬาเหล่านี้เป็นทั้งพื้นที่ปลอดภัย โอกาสในการพัฒนาทักษะ เส้นทางอาชีพ และเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำของเด็กและเยาวชน

ในอีกด้านหนึ่ง เธอยังใช้เวทีสภาติดตามกรณีคุกคามทางเพศในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารลงโทษผู้กระทำและตั้งคำถามต่อวัฒนธรรมองค์กรที่ปล่อยให้เรื่องร้องเรียนเงียบหาย วาระนี้ชี้ว่า สภาที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศต้องไม่เพียงออกนโยบายภายนอก แต่ต้องทำให้หน่วยงานของเมืองเป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยด้วย


สภาโปร่งใสไม่ใช่แค่การไลฟ์สด

เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย อภิปราย สภากรุงเทพ


หลังได้รับเลือกเป็นประธานสภา ภัทราภรณ์ยืนยันว่าจะผลักดันวาระสภาโปร่งใส โดยมีข้อเสนอสำคัญ เช่น การถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการ การเปิดเผยผลการลงมติของสมาชิกโดยอัตโนมัติ การเปิดเผยสถิติการเข้าร่วมประชุม การจัดทำข้อมูลงบประมาณในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ต่อได้ และการตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานของสภา

การถ่ายทอดสดคณะกรรมการทำให้ประชาชนเห็นพื้นที่ที่รายละเอียดสำคัญถูกต่อรอง เพราะการพิจารณาหลายเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ แต่อยู่ในคณะกรรมการที่ตรวจเอกสาร เชิญหน่วยงานมาชี้แจง และปรับข้อความหรือวงเงินก่อนเรื่องกลับเข้าสู่สภา

การเปิดเผยผลการลงมติรายบุคคลทำให้  ประชาชนสามารถย้อนกลับไปดูได้ว่าผู้แทนของตนลงคะแนนอย่างไรในเรื่องที่กระทบชีวิตและเงินภาษี การเปิดเผยสถิติการเข้าประชุมทำให้การทำงานของผู้แทนกลายเป็นข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่จาก ภาพประชาสัมพันธ์ หรือการปรากฏตัวในชุมชนเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลที่เครื่องอ่านได้มีความสำคัญไม่แพ้กัน เอกสารงบประมาณที่เป็นเพียงภาพหรือไฟล์ที่ค้นหาและนำไปคำนวณต่อไม่ได้ ทำให้ประชาชน นักข่าว และนักวิจัยต้องเสียเวลามหาศาลในการแปลงข้อมูล การเปิดข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ต่อได้จึงเป็นการลดต้นทุนของการตรวจสอบและเพิ่มจำนวนคนที่สามารถเข้าร่วมได้

สภาโปร่งใสที่มีความหมายจึงต้องมีทั้งข้อมูลที่เข้าถึงง่าย คำอธิบายที่เข้าใจง่าย ระบบค้นหา เส้นเวลาการพิจารณา และช่องทางให้ประชาชนติดตามว่าคำถามหรือข้อเสนอของตนถูกดำเนินการไปถึงไหน


วาระสาธารณะที่ประธานสภาหญิงควรผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลง

หากนำบทเรียนจากเยอรมนี สเปน เวลส์ และนิวยอร์ก มาวางข้างผลงานของภัทราภรณ์ เราอาจมองเห็นวาระสำคัญอย่างน้อยห้าด้านที่สภากรุงเทพมหานครควรเดินหน้าผลักดันต่อ

ประการแรก สภาที่โปร่งใส ประชาชนควรเข้าถึงวาระ เอกสาร การประชุมคณะกรรมการ ผลการลงมติ และสถิติการทำงานของสมาชิกได้จากระบบเดียวโดยไม่ต้องมีความรู้เฉพาะหรือส่งหนังสือขอเป็นรายครั้ง

ประการที่สอง สภาที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตั้งโจทย์ ไม่ใช่หลังร่างโครงการเสร็จแล้ว กรุงเทพฯ สามารถทดลองสมัชชาประชาชนในเรื่องที่มีความขัดแย้งสูง เช่น ค่าธรรมเนียมขยะ การใช้พื้นที่สาธารณะ การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย หรือการปรับเส้นทางขนส่ง

ประการที่สาม สภาที่ลงทุนกับประชาธิปไตยรุ่นต่อไป ควรมีสภาเยาวชนกรุงเทพมหานครที่เชื่อมกับคณะกรรมการของสภา กทม. จริง มีสิทธิยื่นข้อเสนอ ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการ และมีงบสนับสนุนการศึกษานโยบายของตนเอง

ประการที่สี่ สภาที่ทำให้การดูแลเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ตั้งแต่สุขภาพของมารดา ศูนย์เด็กเล็ก สุขภาพจิต การเข้าถึงบริการฉุกเฉิน ไปจนถึง บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย รวมทั้งความปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ เรื่องเหล่านี้ต้องถูกพิจารณาในฐานะเงื่อนไขของการทำงานและการมีชีวิตในเมือง ไม่ใช่ภาระส่วนตัวของครอบครัว

ประการที่ห้า สภาที่มีความสามารถทางวิชาการและงบประมาณของตนเอง การตรวจสอบฝ่ายบริหารต้องไม่อาศัยเพียงความขยันส่วนบุคคลของ ส.ก. แต่ต้องมีทีมวิเคราะห์ข้อมูล นักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์เมือง และผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานให้สภาอย่างเป็นอิสระ พร้อมเผยแพร่บทวิเคราะห์ต่อสาธารณะ

วาระทั้งห้านี้ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่การมีผู้หญิงที่มีประสบการณ์ผลักดันเรื่องสิทธิ สุขภาพ ความปลอดภัย และบริการสาธารณะขึ้นมานำสภา ทำให้เรามีหวังว่าสภาจะมองชีวิตของประชาชนได้รอบด้านกว่าเดิม

ความสำเร็จของภัทราภรณ์จึงไม่ควรจบลงที่การเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร แต่ต้องทำให้สภากรุงเทพมหานครเปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นเมืองที่แคร์คนมากกว่าเดิม หลังจากที่เธอพ้นตำแหน่ง

เพราะสภาเมืองที่ดี ต้องเป็นสภาที่ทำให้ประชาชนรู้ว่า เมืองนี้มีเสียงของพวกเขาอยู่ในกระบวนการตัดสินใจด้วย




ข้อมูลอ้างอิง 

  1. สภากรุงเทพมหานคร อำนาจหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร
  2. กรุงเทพธุรกิจ ภัทราภรณ์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภา กทม.หญิงคนแรก
  3. THE STANDARD ภัทราภรณ์ชูวาระสภาโปร่งใสหลังรับตำแหน่ง
  4. สหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ ข้อมูลประธานรัฐสภาหญิงทั่วโลก
  5. King’s College London งานสังเคราะห์ผลของผู้นำการเมืองหญิงต่อประชาธิปไตย
  6. German Bundestag สมัชชาประชาชนเรื่องอาหารในช่วงเปลี่ยนผ่าน
  7. Congress of Deputies Spain ประวัติ Francina Armengol
  8. Congress of Deputies Spain การแก้ระเบียบเพื่อรับรองภาษาราชการของแคว้น
  9. Congress of Deputies Spain แผนรัฐสภาเปิดและความโปร่งใสของการจัดวาระ
  10. Senedd Cymru ประวัติ Elin Jones และการปฏิรูปสภาเวลส์
  11. New York City Council ชุดกฎหมายสุขภาพของมารดา
  12. สถากรุงเทพมหานคร สัญจรเขตบางซื่อ ผู้ว่าฯกทม. เร่งพัฒนาทางเท้า ชม ส.ก. ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมได้ดี
  13. สภากรุงเทพมหานคร การตั้งคณะกรรมการศึกษาบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
  14. สภากรุงเทพมหานคร ภัทราภรณ์ติดตามการขยายบริการยุติการตั้งครรภ์
  15. สภากรุงเทพมหานคร การพิจารณางบรถจักรยานยนต์กู้ชีพ Motorlance
  16. สภากรุงเทพมหานคร การส่งเสริมกีฬาทางเลือกและพื้นที่กีฬาเอ็กซ์ตรีม
  17. สภากรุงเทพมหานคร การติดตามกรณีคุกคามทางเพศในหน่วยงานเมือง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

บทความ

   ดูทั้งหมด
21 กรกฎาคม 2569    บทความ เรื่องเด่น

ประธานสภาหญิง บทบาทการเมืองบนความหลากหลาย

2 มิถุนายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

กรุงเทพ-พัทยา ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเป็นคำตอบของการกระจายอำนาจ?

5 พฤษภาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น การเมืองและสังคม บทความ

เมืองจะเป็นแบบไหน เมื่อมี ผู้ว่า-นายก สายสังคมประชาธิปไตย

22 เมษายน 2569    การเมืองและสังคม บทความ

ภารกิจถอนรากถอนโคน รัฐพันลึกฮังการี

21 เมษายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความ

วิกฤตพลังงาน คือบททดสอบการคลังท้องถิ่นในปี 2569

1 เมษายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความ

พัฒนาเมือง-ปลดล็อกท้องถิ่นผ่านระบบงบประมาณ

28 มีนาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

ประเทศไทยที่ไม่มีราชการส่วนภูมิภาค จะหน้าตาอย่างไร?

28 มีนาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

ทำไมต้องยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค

17 มีนาคม 2569    การเมืองและสังคม บทความก้าวหน้า

10 เรื่องที่คนไทยควรรู้เกี่ยวกับ วิกฤตราคาน้ำมัน 2026 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า