ภารกิจถอนรากถอนโคน รัฐพันลึกฮังการี

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ฮังการีเปิดประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ เมื่อพรรครัฐบาลของวิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรี 4 สมัย ที่ดำรงตำแหน่งยาวนาน 16 ปี พ่ายแพ้อย่างยับเยิน ปีเตอร์ มอกยาร์ นักการเมืองวัย 45 ปี อดีตสมาชิกพรรคของออร์บานเอง นำพาพรรคที่ขับเคลื่อนด้วยขบวนการภาคประชาชน ต่อต้านการคอรัปชั่น การใช้อำนาจในทางมิชอบ ฉ้อฉลของออร์บาน ชนะเลือกตั้ง ครองเสียง 138 เสียง (พรรคทิสซา) ต่อ 55 เสียงของออร์บาน (พรรคฟิเดซ) และ 6 เสียงของพรรคขวาจัด โดยสภามี 199 ที่นั่ง ซึ่งแปลว่ามอกยาร์ได้เสียงเกิน 2 ใน 3 ไปถึง 5 เสียง

มอกยาร์ใช้เวลา 2 ปี จากคนที่ไม่มีใครรู้จัก และมีฐานะอดีตสามีของรัฐมนตรียุติธรรม ที่เป็นคนสนิทของออร์บาน มาสู่การเป็นความหวังของประเทศ เขาแรลลี่ทั่วประเทศ หาเสียงในระดับหมู่บ้าน สร้างความสัมพันธ์กับประชาชนโดยตรง เพื่อรณรงค์ให้คนรวมพลังกันต่อต้านระบอบออร์บานที่คุมเครือข่ายธุรกิจ สื่อ และกิจการของรัฐทั้งหมดผ่าน System of National Cooperation หรือ NER (Nemzeti Együttműködés Rendszere) กลไกที่ออร์บานออกแบบมาให้คนในเครือข่ายเขามีตำแหน่งใหญ่โตเกาะกินผลประโยชน์จากทรัพยากรรัฐ และควบคุมกลไกรัฐทั้งหมด ตั้งนักธุรกิจที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา มาดูแลกิจการ รับสัมปทานรัฐ ตั้งคนของตัวเองดำรงตำแหน่งสำคัญ ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ แบงค์ชาติ ไปจนถึงคณะกรรมการปราบคอรัปชั่น เป็น “รัฐพันลึก” ที่ยิ่งกว่าระบบ “ประชารัฐ” ในรัฐบาลประยุทธ์
การรณรงค์ได้ผล ไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง แต่ฮังการีได้เห็นการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยอัตราผู้มาใช้สิทธิ์ 79.5% ซึ่งอาจเป็นส่วนสำคัญของชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของพรรคทิสซา ประชาชนทั้งประเทศผู้ไม่ยอมจำนน ร่วมกันออกมาใช้สิทธิ์เพื่อเอาชนะนายกที่ครองอำนาจและควบคุมประเทศเบ็ดเสร็จได้สำเร็จ โดยอีกสถิติที่น่าสนใจคือพรรคทิสซาไม่ได้ชนะเฉพาะในเขตเมือง แต่สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ทั่วประเทศ แม้แต่เขตชนบทที่เป็นฐานเสียงของออร์บาน

ชัยชนะที่ครองเสียง 2 ใน 3 ของสภา ไม่เพียงทำให้ได้รัฐบาลพรรคเดียวที่มีเสถียรภาพ แต่หมายถึงการสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับมาเป็นประชาธิปไตย โละเงื่อนไขสืบทอดอำนาจที่ออร์บานทำไว้ ยุติการครอบงำศาลและสื่อมวชน โดยมอกยาร์ประกาศว่าสิ่งแรกที่เขาจะทำคือการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 วาระ เท่ากับปิดประตูตายไม่ให้ออร์บานกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีกต่อไป นอกจากนี้ มอกยาร์ยังจะจริงจังกับการปราบทุจริต ด้วยการสั่งรื้อสัมปทานรัฐและตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน ผ่านการนำฮังการีเข้ารับเขตอำนาจของ The European Public Prosecutor’s Office (EPPO) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระของ EU ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของอียูในทางมิชอบ และหน่วยงานนี้อาจเป็นกลไกสำคัญที่มอกยาร์ใช้ในการกวาดล้างระบอบออร์บานอย่างชอบธรรม
ในการเมืองยุโรป การล้มล้างระบอบออร์บาน ยังถือเป็นการนำฮังการีกลับเข้าสู่การเป็นสมาชิกที่ดีของสหภาพยุโรปอีกครั้ง หลังจากออร์บานไปสนิทสนมกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และกลายเป็นหนามตำใจยุโรปมาตลอดในความตึงเครียดกรณียูเครน-รัสเซีย
มอกยาร์ยังเตรียมสังคายนาสื่อรัฐ M1 TV ที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญของระบอบออร์บาน และถูกใช้เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่ออย่างหนักหน่วงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถึงขั้นที่ประชาชนเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถชนะระบอบออร์บานได้จริงหรือไม่ เพราะสื่อรัฐโหมข่าวและเผยแพร่ผลโพลตลอดเวลาว่าออร์บานชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอน ในขณะที่โพลที่น่าเชื่อถือ ระบุว่าพรรคฝ่ายค้านมีคะแนนนำ
ที่น่าสนใจคือ มอกยาร์ประกาศชัดเจนว่าแม้ภารกิจของเขาจะเป็นการกวาดล้างระบอบออร์บาน แต่เขาจะไม่ใช้วิธีการนอกกฎหมายในการฟื้นคืนระบอบนิติรัฐ ในประเทศ
ภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า 16 ปีที่ออร์บานอยู่ในตำแหน่งนายกฯ เขาวางเครือข่ายคนของตัวเองไว้ในระบบราชการอย่างแน่นหนา แม้ออร์บานจะแพ้เลือกตั้ง แต่ผู้ว่าแบงค์ชาติ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา อัยการสูงสุด ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้อำนวจการองค์กรสื่อมวลชนแห่งชาติ และประธานาธิปดีฮังการี ยังเป็นคนของเขา มอกยาร์เรียกร้องให้คนเหล่านี้ลาออก ก่อนที่เขาจะจัดการคนเหล่านี้เมื่อเข้าบริหารประเทศ แต่หากประธานาธิบดีไม่ยอมลาออก กระบวนการตามรัฐธรรมนูญในการถอดถอนผู้นำประเทศ จะยุ่งยากและยาวนานอย่างแน่นอน และประธานาธิบดี รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจยับยั้งกฎหมายหรือนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้

อีกปัจจัยที่ท้าทายรัฐบาลใหม่ คือเครือข่ายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ออร์บานสั่งสมไว้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ลอริน เมซซารอส มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮังการี เพื่อนสนิทของออร์บาน ยืนยันว่าบริษัทเครือเมซซารอสจะยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของฮังการี ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางไหน ในขณะที่ออร์บาน แม้จะแพ้เลือกตั้งยับเยิน แต่ยังคงยืนยันจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฟิเดซ และเขากำลังเร่งจัดการประชุมใหญ่พรรคเพื่อปรับปรุงพรรค เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป

หนทางสู่ “Change of Regime” ของฮังการียังอีกไกล มอกยาร์อาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุดหรือเชื่อใจได้มากที่สุด เขาเป็นคนของออร์บานมาก่อน แม้แต่ผู้สนับสนุนเขาจำนวนมากก็ไม่ได้ไว้ใจมอกยาร์มากนัก แต่ไม่มีทางเลือกอื่น ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศฮังการี ขับเคลื่อนประเทศด้วยความหวัง พวกเขาหวังว่าประเทศจะต้องดีกว่านี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องหวังในนักการเมืองที่เสนอตัวเข้าสู่อำนาจบริหารประเทศแทนที่คนเก่า ประชาชนกำลังเฝ้าดู และหวังว่าสิ่งที่มอกยาร์สัญญาตอนหาเสียงจะเป็นจริง
