10 เรื่องที่คนไทยควรรู้เกี่ยวกับ วิกฤตราคาน้ำมัน 2026 

17 มีนาคม 2569
ปั๊มน้ำมัน 10 เรื่องที่คนไทยควรรู้ วิกฤตน้ำมัน


น้ำมันหมดปั๊ม วัดไม่มีน้ำมันเผาศพ ประชาชนต้องตระเวนเติมน้ำมัน 5 ปั๊มกว่าจะเต็มถัง ขณะที่เจ้าของปั๊มรายย่อยโอดว่าโดนตัดโควต้าน้ำมันเหลือครึ่งเดียว ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรอง 100 วัน ? 

บทความนี้จะพาคุณคลี่คลายทีละปม เพื่อหาคำตอบว่า วิกฤตสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ส่งผลอะไรกับชีวิตเรา ที่มากกว่าแค่น้ำมันแพง ? 

1. น้ำมันแพงรอบนี้เกิดจากอะไร?

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจสั่งกองทัพปฏิบัติการ “Epic Fury” ใช้เครื่องบินรบทิ้งขีปนาวุธใส่ฐานที่มั่นของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ส่งผลให้คาเมเนอี ภรรยา และรัฐมนตรี-ผู้บัญชาการกองทัพคนสำคัญของอิหร่านเสียชีวิตทันทีรวมกว่า 40 ราย 

อิหร่านตอบโต้อย่างหนักด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และส่งโดรนไปทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของหลายประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ตามมาด้วยคำประกาศของอิหร่าน ให้สหรัฐฯ เตรียมรับมือ “น้ำมันราคา 200 ดอลลาร์ต่อบาเรล”

 

2. ช่องแคบฮอร์มุซปิด แล้วยังไง?

นับตั้งแต่เกิดสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นช่องทางส่งน้ำมันจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียออกไปยังลูกค้าทั่วโลก และเป็นเส้นทางที่น้ำมัน 20% ของโลกต้องเดินทางผ่าน ก็แทบไม่มีเรือผ่านเลย จำนวนเรือลดจาก 130-150 ลำต่อวัน เหลือเพียง 0-3 ลำ แม้ล่าสุด อิหร่านจะประกาศว่าให้เรือจีน และเรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่ขัดแย้ง คือสหรัฐฯ และอิสราเอล ผ่านได้โดยการขออนุญาตอิหร่าน แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ปกติ เหตุผลสำคัญคือต่อให้กองทัพอิหร่านประกาศให้เรือผ่าน แต่บริษัทประกันภัยยังคงไม่ไว้วางใจ ไม่ออกประกันเรือ หรือเก็บเบี้ยประกันสูงมาก ทำให้เรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันยังไม่สามารถเดินเรือตามปกติได้ เหตุการณ์กองทัพอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ รวมถึงเรือมยุรี นารี ของไทย ทำให้ยิ่งสะท้อนว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอันตรายเกินไปสำหรับธุรกิจเดินเรือ

นอกจากปัญหาเรื่องการขนส่ง การโจมตีแหล่งผลิต/กลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางยังทำให้ supply chain น้ำมันหยุดชะงักตั้งแต่ต้นทาง เช่นกาตาร์ ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ต้องหยุดเดินการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากถูกอิหร่านโจมตี และกาตาร์ยอมรับว่าการกลับมาเปิดโรงผลิตอีกครั้งให้ได้เต็มศักยภาพ อาจใช้เวลาถึง 1 เดือน 

ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซก็คือประเทศในเอเชีย เพราะน้ำมันส่วนใหญ่ที่ออกจากช่องแคบนี้ เดินทางไปยังเอเชีย ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดได้แก่จีน ตามด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในอาเซียน รวมถึงไทย 


3. แล้วราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึงเมื่อไหร่?

จนถึงขณะนี้ น้ำมันดิบขึ้นราคามาแล้วประมาณ 40% จากราคาก่อนเกิดสงคราม รมว.พลังงานกาตาร์เตือนผ่านไฟแนนเชียลไทม์ส ว่าหากสงครามยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซปิดนานเกิน 2-3 สัปดาห์ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาเรล ส่วนสถาบันการเงิน Goldman Sachs มองเช่นเดียวกันว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังหยุดชะงักตลอดเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันมีสิทธิ์พุ่งทะลุจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ปี 2008 และแตะระดับ 150 ดอลลาร์ได้ แม้ว่าล่าสุดอิหร่านจะเริ่มเปิดช่องแคบให้เรือผ่าน แต่สถานการณ์ยังห่างไกลจากคำว่าปกติ ราคาน้ำมันจึงยังวคงผันผวนและต้องติดตามสถานการณ์กันรายวัน 


แม้ว่าบริษัทค้าปลีกน้ำมันจะออกมาตรการห้ามกักตุนน้ำมันโดยการงดเติมน้ำมันใส่แกลลอน แต่ในหลายสถานีบริการยังคงเติมน้ำมันให้กับผู้มาซื้อน้ำมัน โดยบรรจุแกลลอนหรือถัง


4. น้ำมันในโลกตอนนี้แพงไปถึงไหนแล้ว?

สถานการณ์น้ำมันแพงหนักสุดในยุโรป เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 1.75 ยูโร หรือ 64.5 บาท โดยแต่ละประเทศราคาไม่เท่ากันตามภาษีที่รัฐเรียกเก็บ ส่วนสหรัฐฯหนีไปซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ผ่านการยกเลิกการคว่ำบาตรรัสเซียชั่วคราว 30 วัน ทำให้ตอนนี้น้ำมันหน้าปั๊มในสหรัฐฯ ลิตรละประมาณ 37.5 บาท ซึ่งก็ขึ้นราคามาประมาณ 20% จากก่อนสงคราม 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันเป็นอันดับหนึ่งของโลก ทำไมยังต้องไปซื้อน้ำมันรัสเซีย เรื่องตลกร้ายก็คือ น้ำมันที่สหรัฐฯ ผลิตได้ในประเทศ เป็นประเภท “Light and Sweet” มีความข้นหนืดน้อยมาก หรือเรียกว่าน้ำมันเบา แต่โรงกลั่นในประเทศที่สร้างตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ออกแบบมาเพื่อกลั่นน้ำมันเม็กซิโกและเวเนซุเอลาที่มีความข้นหนืดมาก ทำให้สหรัฐฯต้องส่งออกน้ำมันของตัวเอง และนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมาใช้ในประเทศ เมื่อไม่มีน้ำมันเดินทางจากช่องแคบฮอร์มุซออกมา สหรัฐฯ จึงจำต้องหันไปพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งมีคุณลักษณะเป็น “น้ำมันหนัก” ที่โรงกลั่นสหรัฐฯ สามารถกลั่นได้ดี  


5. แล้วน้ำมันในไทยหมดปั๊มเพราะอะไร?

ไทยรับมือราคาน้ำมันที่พุ่งไปถึง 120 ดอลลาร์ ในสองสัปดาห์แรกของสงคราม ด้วยการประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน แล้วใช้ ”กองทุนน้ำมัน“ อุดหนุนราคา โดยเฉพาะดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่ง โดยในสองสัปดา์ กองทุนน้ำมันใช้เงินไปถึง 15,0000 ล้านบาท และมีการอุดหนุนราคาดีเซลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 20.36 บาทต่อลิตร

เสาร์อาทิตย์ที่ 14-15 มีนาคม เป็นช่วงวันสุดท้ายก่อนหมดระยะ 15 วันของการตรึงราคาน้ำมันตามนโยบายรัฐบาล ทำให้ประชาชนที่ไม่มั่นใจว่าจะเจอน้ำมันราคาไหน รีบแห่กันไปเติมน้ำมัน ส่วนบริษัทค้าปลีกน้ำมันซึ่งทราบอยู่แล้วว่าประชาชนจะแห่กันไปเติมน้ำมัน จึงออกประกาศจำกัดการเติมน้ำมันที่ 500-700 บาทต่อคัน ทำให้เกิดสภาวะแพนิกหนักขึ้นไปอีกว่า “น้ำมันจะหมดประเทศ”

สาเหตุที่แท้จริงที่น้ำมันหน้าปั๊มหมด ไม่ใช่แค่ภาวะตื่นตระหนก และความไม่มั่นใจของประชาชน แต่ผู้ให้บริการปั๊มน้ำมันรายย่อยจำนวนมาก เปิดเผยว่าถูกตัดโควต้าส่งน้ำมันถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้เมื่อผนวกกับการที่คนแห่กันมาเติมน้ำมันมากกว่าปกติ น้ำมันจึงหมดปั๊มตั้งแต่เช้า หลังจากรถส่งน้ำมันมาเติมให้ปั๊มไม่กี่ชั่วโมง 

อีกสาเหตุที่คนอาจจะไม่ค่อยพูดถึง คือผู้ซื้อน้ำมันแบบค้าส่งจำนวนมาก ก็เปลี่ยนมาซื้อหน้าปั๊มแทน เพราะมีราคาถูกกว่า จากการที่รัฐบาลอุดหนุนราคา ทำให้ลูกค้ารายย่อยประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน

ในขณะที่ประชาชนประสบภาวะยากลำบากจากมาตรการป้องกันการกักตุนน้ำมัน เช่นจำกัดการเติมต่อครั้ง หรือห้ามเติมน้ำมันใส่แกลลอน จนบรรดาเกษตรกรนาข้าว บ่อกุ้ง ไม่มีน้ำมันเติมเครื่องปั๊มน้ำ ไปจนถึงวัดเดือดร้อนไม่มีน้ำมันเผาศพ กลับไม่มีมาตรการชัดเจนในการจัดการการกักตุน หรือการเข้าถึงน้ำมันผ่านการ “ใช้เส้น” ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 


"ขออภัย น้ำมันอยู่ระหว่างจัดส่ง" เป็นป้ายที่พบได้ทั่วไปในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันรายย่อยยอมรับว่าถูกตัดโควต้าส่งน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง ทำให้น้ำมันหมดปั๊มภายในไม่ถึงครึ่งวันหลังจากรถส่งน้ำมันมาเติมให้ในช่วงเช้ามืด


6. น้ำมันจะแพงไปถึงไหน?

คิดง่ายๆ ว่าทุก 5 ดอลลาร์ต่อบาเรลที่ราคาน้ำมันโลกขึ้น ราคาน้ำมันในไทยจะเพิ่ม 1 บาทต่อลิตร มาตรการล่าสุดที่รัฐบาล โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผอ. ศบก. ประกาศออกมา คือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งจะต้องใช้เงินมหาศาลจากกองทุนน้ำมันในการอุดหนุน เพราะขณะนี้ ราคาตลาดของดีเซล พุ่งไปถึงลิตรละ 50 บาทแล้ว 

ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน จะขึ้นตามสถานการณ์จริงในตลาดโลก ซึ่งแปลว่าผู้ใช้น้ำมันเบนซินต้องเตรียมรับมือราคาน้ำมันแพงแบบก้าวกระโดด

ในช่วงสงครามยูเครนที่ราคาน้ำมันขึ้นสูง รัฐบาลกู้เงินไป 1.5 แสนล้านบาทเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ครั้งนี้ก็อาจจะใช้เงินในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจะต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงยาวไปอีกนับปีแม้น้ำมันโลกลดราคาแล้ว เพื่อส่งเงินกลับคืนกองทุนน้ำมัน 


7. นอกจากน้ำมันแพง อะไรจะแพงอีก?

เมื่อน้ำมันโลกลดปริมาณ ราคาแพงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติก ถุง หนังยาง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ขาดวัตถุดิบจนต้องขึ้นราคา สินค้าอื่นๆ ก็ต้นทุนสูงขึ้นจากต้นทุนการขนส่งทางเรือ เพราะช่องแคบถูกปิด ประกันขึ้นราคา เครื่องบินบินอ้อม

อาหารปรุงสำเร็จอาจจะเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้นทุนวัตถุดิบขึ้นราคาจากการขนส่ง ส่วนแก๊สหุงต้ม ค่าไฟก็ขึ้นราคา แล้วยังเจอต้นทุนบรรจุภัณฑ์แพงขึ้นอีก 

ค่าไฟจะขึ้นราคา เนื่องจากไฟฟ้าในไทยใช้ก๊าซ LNG ในการผลิตเป็นหลัก และตอนนี้กาตาร์ยังคงหยุดการผลิต LNG โดยไทยเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของกาตาร์ 

ตั๋วรถ ตั๋วเครื่องบินจะขึ้นราคาจากค่าพลังงาน บวกกับเที่ยวบินไปยุโรป-อเมริกา ต้องเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อเลี่ยงโซนสงคราม ราคาตั๋วเครื่องบินบวกกับสถานการณ์สงครามจะทำให้นักท่องเที่ยวลด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% แต่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายต่อหัวมาก

สำหรับเกษตรกร จะได้รับผลกระทบจากปุ๋ยไนโตรเจนแพง เนื่องจากเป็นปุ๊ยที่ผลิตโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ ราคาปุ๋ยจะกระทบต้นทุนพืชเศรษฐกิจอย่างข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว 


8. วิกฤตนี้จะจบลงที่ตรงไหน จบเมื่อไหร่?

ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือสหรัฐฯ จะขยายวงสงครามโดยส่งกำลังภาคพื้นเข้าปฏิบัติการรบในอิหร่านหรือไม่  และจะมีชาติใดนอกจากอิสราเอลเข้าร่วมหรือไม่ และอีกปัจจัยคืออิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือผ่านได้จริงหรือไม่ หากสงครามยังไม่จบ จะมีเรือกล้าผ่านจริงเป็นสัดส่วนเท่าไหร่จากปริมาณการเดินเรือตามปกติ หรือหากอิหร่านตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น เรือที่จะผ่านต้องซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวน ชาติต่างๆ จะยอมทำตามเพื่อคลี่คลายวิกฤตน้ำมันหรือไม่  


9. หากสงครามจบวันนี้ พรุ่งนี้น้ำมันจะถูกลงทันทีหรือไม่?

ข่าวร้ายคือ นักวิเคราะห์ทั่วโลกประเมินกันว่าหากสงครามสิ้นสุดภายใน 2 สัปดาห์ ระยะเวลาที่จะฟื้น supply chain พลังงาน จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่หากสงครามยืดเยื้อไปถึง 2 เดือน อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือน กว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ 

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะการเปิดปิดแท่นขุดเจาะและโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงโรงผลิตก๊าซ LNG ขนาดใหญ่ในตะวันออกกกลาง ใช้เวลานานนับเดือน ไม่ใช่ว่าปิดวันนี้แล้วจะกลับมาเดินเครื่องผลิตได้เหมือนเดิมในวันพรุ่งนี้ เช่นเดียวกับระบบการเดินเรือและการประกันภัยเรือ แม้อิหร่านจะการันตีความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่กว่าบริษัทประกันภัยจะกลับมาใช้อัตราเบี้ยประกันตามเดิม ก็ต้องใช้เวลานาน ผู้ประกอบการเดินเรือจึงต้องใช้เวลา กว่าจะกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติได้


10. แล้วตอนนี้คนไทยควรทำอย่างไร?

อย่างแรกสุด เราต้องเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานจริงๆ เพราะแม้รัฐจะอุดหนุนราคาน้ำมัน แต่การอุดหนุนก็ใช้เงินจากผู้เติมน้ำมันทุกคน ซึ่งก็คือพวกเราประชาชน ต่อให้รัฐบาลต้องไปกู้เงินมาอุ้มกองทุนน้ำมัน เงินกู้นั้นก็จะกลายเป็นหนี้สาธารณะที่เราต้องแบกรับอยู่ดี ค่าไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน ไม่มีทางเลือกอื่นมากนักสำหรับประชาชน นอกจากประหยัดไฟในหน้าร้อนที่ปริมาณการใช้ไฟสูงที่สุดของปี เพราะเราต้องรับผิดชอบบิลค่าไฟของตัวเอง

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียกร้องรัฐบาลให้ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง และมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพผู้ประกอบการและประชาชนในระยะสั้น เพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากราคาพลังงานที่ผันผวนจากสงคราม มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการช่วยลดค่าไฟครัวเรือน หรือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 

ที่สำคัญ รัฐต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าน้ำมันมีพอใช้แน่นอน โดยโชว์ข้อมูลตัวเลขและมาตรการป้องกันรายใหญ่กักตุนน้ำมัน ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น

สุดท้าย ต้องติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะตราบใดที่สงครามไม่จบ ราคาน้ำมันจะยังสูงขึ้นเรื่อยๆ และในไม่ช้าเราก็จะพบว่าลำพังกองทุนน้ำมัน อาจ “เอาไม่อยู่” อีกต่อไป


ประชาชนยังแห่กันไปเติมน้ำมันต่อเนื่องในวันนี้ (17 มีนาคม 2026) เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการตรึงราคาน้ำมัน ก่อนน้ำมันจะขึ้นราคาตามนโยบายรัฐบาล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

บทความ

   ดูทั้งหมด
2 มิถุนายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

กรุงเทพ-พัทยา ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเป็นคำตอบของการกระจายอำนาจ?

5 พฤษภาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น การเมืองและสังคม บทความ

เมืองจะเป็นแบบไหน เมื่อมี ผู้ว่า-นายก สายสังคมประชาธิปไตย

22 เมษายน 2569    การเมืองและสังคม บทความ

ภารกิจถอนรากถอนโคน รัฐพันลึกฮังการี

21 เมษายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความ

วิกฤตพลังงาน คือบททดสอบการคลังท้องถิ่นในปี 2569

1 เมษายน 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความ

พัฒนาเมือง-ปลดล็อกท้องถิ่นผ่านระบบงบประมาณ

28 มีนาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

ประเทศไทยที่ไม่มีราชการส่วนภูมิภาค จะหน้าตาอย่างไร?

28 มีนาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น บทความก้าวหน้า

ทำไมต้องยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค

17 มีนาคม 2569    การเมืองและสังคม บทความก้าวหน้า

10 เรื่องที่คนไทยควรรู้เกี่ยวกับ วิกฤตราคาน้ำมัน 2026 

9 มีนาคม 2569    การเมืองท้องถิ่น เรื่องเด่น

กทม. : อปท.รูปแบบพิเศษ พิเศษอย่างไร 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า