ประชาชนคนยากไร้ต้องสูญเสียอีกเท่าไรกับนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”

ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา กรณี พ่อสมพิตร แท่นนอก และ นริสรา ม่วงกลาง 2 ใน 14 ชาวบ้านพื้นที่บ้านซับหวาย จ.ชัยภูมิ ซึ่งถูกตั้งข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนอุทยานแห่งชาติไทรทอง โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ พ่อสมพิตร แท่นนอก ต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 20 เดือน 20 วัน และปรับเป็นเงิน 200,000 บาท ส่วน นริสรา ม่วงกลาง ถูกพิพากษาจำคุก 9 เดือน 10 วัน โดยให้รอลงอาญา 3 ปี ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุธรณ์

พ่อสมพิตร เคยต้องติดคุกมาแล้วในปี 2562 ก่อนจะได้รับประกันตัวออกมาสู้คดีในชั้นศาลฎีกา เพื่อทวงคืนสิทธิในที่ดินทำกินเช่นเดียวกับประชาชนคนอื่นๆ ในชุมชน สุดท้ายต้องถูกตัดสินจำคุกอีกครั้ง ในขณะที่ภรรยาของพ่อสมพิตรล้มป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อาการหนักจนไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับพ่อสมพิตรได้ และในวันนั้นพ่อสมพิตรก็ต้องเข้าเรือนจำทั้งที่ยังไม่ได้บอกลาภรรยา

วันนี้ผมรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมากที่ทราบข่าวว่า แม่สุเนตร์ แท่นนอก ภรรยาของพ่อสมพิตรเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งสองไม่ได้มีโอกาสได้พบหน้ากันในวาระสุดท้ายของชีวิต แทนที่พ่อสมพิตรจะได้อยู่ดูแลแม่สุเนตร์ กลับต้องถูกจองจำตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินว่ามีความผิดฐาน “ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนอุทยานแห่งชาติไทรทอง”

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน กระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว และสิทธิชุมชนที่รัฐไม่เหลียวแล

ปัญหาป่ากับที่ดินทำกิน ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ใน จ.ชัยภูมิ หากแต่เป็นปัญหาที่ยื้ดเยื้อยาวนานหลายทศวรรษและเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ไม่ต่างจากกรณีของ พ่อเด่น-แม่สุภาพ คำแหล้ พี่น้องชาวคอนสาน จ.ชัยภูมิ, คำป่าหลาย จ.มุกดาหาร, ชุมชนสันติพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี, ชุมชนคลองไทร จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ

สำหรับกรณีไทรทอง ชาวบ้านตั้งถิ่นฐานอาศัยในพื้นที่บ้านซับหวายมาก่อน อยู่ๆ วันหนึ่งรัฐส่วนกลางก็มีการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไทรทองในปี 2535 จนเกิดเป็นข้อพิพาทป่าทับที่คน คนอาศัยทำกินอยู่ดีๆ แต่เมื่อถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ก็กลายเป็นผู้บุกรุก เป็นอาชญากรไปในพริบตา

หลังการรัฐประหาร 2557 คณะรัฐประหารมีนโยบายทวงคืนผืนป่า โดยออกคำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66/2557 ถือเป็นฝันร้ายของชาวบ้าน เมื่ออำนาจเผด็จการเปิดไฟเขียวให้ทหารและเจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการต่างๆ ยึดพื้นที่คืนจากชาวบ้านประชาชนหลายแห่งทั่วประเทศ ประชาชนถูกข่มขู่ คุกคาม และถูกหลอกให้เซ็นเอกสารเพื่อส่งมอบที่ดินทำกินให้กับหน่วยงานรัฐ

ชาวบ้านที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมไม่ยอมย้ายออกจากที่ดินทำกินของตนเองถูกดำเนินคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล ถูกตัดสินทั้งโทษจำคุกและปรับหลายล้านบาท

อ่านเรื่อง 11 ปี เส้นทางการต่อสู้ของชุมชนบ่อแก้วและปัญหาที่ดินในประเทศไทย

แท้จริงแล้ว ที่ดินคือปัจจัยพื้นฐานในการผลิต เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ที่ดินคือชีวิตของเกษตรกร

เมื่อที่ดินเป็นทั้งปัจจัยการผลิตและปัจจัยพื้นฐานของชีวิต ดังนั้นที่ดินจึงไม่ควรถูกออกแบบให้กลายเป็นสินค้าหรือวัตถุที่เอาไว้สำหรับเก็งกำไรเพื่อให้คนมั่งมีเก็บเอาไว้เป็นจำนวนมหาศาล ไม่ควรมีกองทัพ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ จำนวนมากถือที่ดินจำนวนมหาศาลเก็บเอาไว้ไม่ได้ทำอะไร ประชาชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้

ขณะที่มีเศรษฐีจำนวนมากที่มีที่ดินมากสุดลูกหูลูกตา แค่มีเงินก็ไปกว้านซื้อได้ แต่พี่น้องประชาชนที่ต้องอาศัยที่ดินเป็นปัจจัยการผลิต ลำบากยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ต้องต่อสู้ดิ้นรน อยู่มาก่อน วันหนึ่งพอมีกฎหมายออกมา ก็ต้องกลายเป็นอาชญากรในสายตาของรัฐ ถูกดำเนินดคีจับเข้าคุก คุกคามสารพัด

การแก้ปัญหาด้วยการใช้กฎหมาย จับประชาชนติดคุก และใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไล่รื้อ ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาที่ดิน หากจะหาทางแก้ไขกันอย่างจริงจัง ต้องเริ่มจากการยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้านทั้งหมดก่อน จากนั้นต้องมีการหาวิธีการจัดการที่ดินแบบใหม่ คือ นำแนวคิดเรื่องการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน (Common Property) จัดการที่ดินแบบสมบัติร่วม จัดการโดยชุมชนไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน ให้ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งจะต้องทำการปฏิรูปที่ดินโดยเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า และตั้งธนาคารที่ดินเพื่อไม่ให้มีนายทุนถือครองที่ดินจำนวนมาก ในขณะที่พี่น้องประชาชนไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน

ต้องไม่มีประชาชนคนไหน ต้องติดคุกเพราะบุกรุกที่ป่าอีก

อย่าให้คดีป่าทับที่คนเป็นโศกนาฏกรรมของคนจน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

20

ธันวาคม

20 ธันวาคม เลือกตั้งนายก อบจ. – ส.อบจ. ทั่วประเทศ

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

“เทศบาลก้าวหน้า” ใช้ “เทคโนโลยี” เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน

99 วัน หลังรับตำแหน่ง นายกฯ “เทศบาลก้าวหน้า” มั่นใจ “น้ำประปาดื่มได้” เป็นจริง !

ทำทันที! เทศบาล “ก้าวหน้า” ชู “น้ำประปาดื่มได้”

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

ติวเข้มทีมเทศบาลนคร “นครราชสีมา” – “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” ชิงนายก ชู “4 แก้ 4 ก้าว” สร้าง “โคราช สมาร์ท ซิตี้”

บทความ

   ดูทั้งหมด
ตลาดวิชาอนาคตใหม่

รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า : เป็นไปได้หรือไม่ถ้าคนไทยจะมีรายได้ให้เปล่าสำหรับทุกคน?

Common School

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 4 : ‘เล่าให้ลูกฟัง’ บันทึกข้าราชการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

สัมภาษณ์พิเศษ

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : ครบ 1 ปี หลัง ‘วันเฉลิม’ ถูกบังคับให้สูญหาย ในวันที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

บทความ

ว่าด้วยการจัดการงบประมาณสถาบันกษัตริย์

บทความ บทความพิเศษ

ประชาชนคนยากไร้ต้องสูญเสียอีกเท่าไรกับนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”

Common School

ตลาดวิชาอนาคตใหม่ ตอนพิเศษ: ข้ออ้างรัฐประหารในการเมืองไทย

บทความ

ปัดความรับผิดชอบ ไร้ความรับผิดชอบสไตล์กระทรวงศึกษาไทย

Common School

ปฐมนิเทศ ‘เบิกโรง’ ตลาดวิชาอนาคตใหม่ x ธงชัย วินิจจะกูล : ประวัติศาสตร์นอกขนบ

Common School บทความ

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 3 : จดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกทูตที่เล่าเรื่องอยุธยาแบบสากกะเบือยันเรือรบ