“ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” จากนักธุรกิจผู้เดินเข้านอกออกในกองทัพ สู่วิทยากรไอโอจิตอาสา 904 สุดท้ายกลายเป็น “นักต้มตุ๋นพันล้าน” บทเรียนราคาแพงของการอ้างความ “จงรักภักดี”

14 พฤษภาคม 2564 วันนี้ กองปราบปรามแถลงข่าวการผลการสนธิกำลังจับกุมดำเนินคดีเครือข่ายต้มตุ๋นนักธุรกิจจนเสียหายพันล้าน แม้จะดูเป็นข่าวธรรมดาสามัญทั่วไป แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือเครือข่ายนี้เป็นของ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ชื่ออาจฟังดูคุ้นๆ แต่จำไม่ได้ว่าเป็นใครสำหรับบางคน แต่ถ้าบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งคงร้อง “อ๋อ!” ทันที

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2563 ที่คณะก้าวหน้าได้ติดตามการทำงานไอโอ หรือปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations : IO) ของกองทัพและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด(มาตั้งแต่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่) จนในขณะนั้นพบเครือข่ายการสื่อสารไอโอที่สะดุดตาเป็นอย่างมากของ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ที่โดดเด่นขึ้นมา โดยเฉพาะในโรงเรียนจิตอาสาฯ

ผสมกับช่วงเดียวกัน มีทหารปล่อยข้อมูลการทำงานไอโอจากวงในกองทัพ ถึงขั้นหลุดเป็นชื่อผู้รับผิดชอบทั้งหมด ผังการทำงาน ลักษณะรูปแบบการทำงานที่แบ่งเป็นทีมขาว-เทา-ดำ เพื่อสนับสนุนองค์กรสถาบันพวกตัวเอง และด้อยค่าขบวนการประชาธิปไตย โดยชาวเน็ตได้ร่วมกันขุดหลักฐานทั้งหมด แล้วพบว่าเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายของธุรกิจของ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” คนเดียวกัน

เขาจึงกลายเป็นโฟกัสของการสืบสวนของมูลของคณะก้าวหน้า เราพบว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนๆ นี้โผล่ขึ้นมาบนหน้าสื่ออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โดยสร้างภาพให้ตนเองเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้านที่ประสบความสำเร็จจากภาคใต้ผู้ใจดี ชอบทำการกุศลช่วยเหลือคนอื่นในงานสังคมต่างๆ โดยมีความสนิทสนมกับนักการเมืองในภาคใต้ ผู้นำกองทัพ โรงเรียนจิตอาสา นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เรื่อยไปจนถึงมีโอกาสได้พบกับรัฐมนตรีอีกหลายคน

แต่เมื่อเราสืบลงไปถึงบริษัทในเครือธุรกิจทั้งหมดของเขาที่ชื่อว่า M Group ก็พบความไม่ชอบมาพอกลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องงบการเงินที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งเรื่องโมเดลธุรกิจต่างๆ จนทำให้เราเชื่อว่านี่คือการหลอกหลวงต้มตุ๋นครั้งใหญ่ที่เพียงรอวันฝีแตกเท่านั้น

แต่สิ่งที่เราสนใจมากกว่า และคิดว่าปล่อยผ่านไม่ได้ ก็คือเรื่องความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างประสิทธิ์กับผู้นำกองทัพและนายทหารระดับสูง ที่ประสิทธิ์ได้รับโอกาสไปร่วมงานกับกองทัพอยู่หลายโครงการ รวมถึงการไปร่วมพิธีครบรอบสถาปนาหน่วยงานต่างๆ ในกองทัพด้วย เช่นเป็นพลเรือนเพียงคนเดียวได้ถ่ายรูปและเดินเคียงข้างผู้นำกองทัพในงานวันสถาปนากรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปลายปีที่แล้วด้วย รวมถึงการได้รับโอกาสเป็นวิทยากรบรรยายให้โรงเรียนจิตอาสาพระราชทานในหัวข้อเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียอีกนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ประสิทธิ์ยังทำมากกว่านั้น เพราะเขาได้ให้ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทของเขาเป็นที่ใช้สื่อสารกันของแอปพลิเคชั่นเครือข่ายไอโอ ที่มีกำลังพลในกองทัพจำนวนนับร้อยนับพันคนปฏิบัติงานอยู่ในนั้น เพื่อด้อยค่าประชาชนคนไทยด้วยกันเอง จนคณะก้าวหน้า โดยพรรณิการ์ วานิช ต้องนำมาเปิดเผยถึงความเกี่ยวข้องทั้งหมดในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา จนทำให้เครือข่ายประสิทธิ์ต้องปิดแอปพลิเคชั่นและเซิร์ฟเวอร์หนีไป

แต่ประสิทธิ์ได้เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อแจ้งความเอาผิดต่อพรรณิการ์ วานิช และคณะก้าวหน้า จากการแถลงข่าว “พาดพิง ไม่มีข้อเท็จจริง” หมิ่นประมาทกรณีกล่าวหาว่าเขาทำธุรกิจไม่ชอบมาพากล

ไม่กี่วันหลังจากนั้น รายการ “ถามตรงๆ กับจอมขวัญ” ได้เชิญทั้งพรรณิการ์ วานิช และประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไปออกรายการทางช่องไทยรัฐทีวี เกี่ยวกับการปฏิบัติการไอโอ โดยประสิทธิ์กล่าวว่าที่เขาสร้างแอปพลิเคชั่นหรือให้ยืมเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดนั้นเพราะ “จงรักภักดี ผิดตรงไหน?” … ใช่ พรรณิการ์เห็นตรงกันว่า “คุณประสิทธิ์ไม่ผิดเลย!” ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จงรักภักดี ก็มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเต็มที่

แต่หน่วยงานองค์กรที่เราควรต้องตั้งคำถามดังๆ ก็คือ “กองทัพ” ที่ใช้งานคนอย่างประสิทธิ์ที่เป็นนักต้มตุ๋นได้อย่างไร หรือเพียงเพราะเขาอ้างว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อสถาบัน???

มิหนำซ้ำ กองทัพยังสั่งให้กำลังพลของตัวเองละทิ้งหน้าที่การงานหลัก เพื่อมาทำไอโอ ทั้งไอโอด้านขาวที่ลงข้อความสรรเสริญในหลวงแบบไม่เนียนจนชาวเน็ตจับโป๊ะได้ว่าลงข้อความซ้ำๆ กันเป็นร้อยเป็นพันข้อความจนทวิตเตอร์ถึงกับสั่งปิดบัญชีโรงเรียนจิตอาสาไปด้วยข้อหาสแปม และทั้งด้านเทา-ดำ ที่คอยด้อยค่าขบวนการประชาธิปไตยที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ที่กำลังเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วย

นี่ไม่ใช่หน้าที่กงการอะไรของกองทัพ!

ผ่านไปเพียง 6 เดือนเท่านั้น มาวันนี้ 14 พฤษภาคม กองปราบปรามแถลงข่าวการกวาดจับกุมเครือข่ายต้มตุ๋นของประสิทธิ์ เจียวก๊ก โดยจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ 4 รายในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” จากการตั้งบริษัทเครือข่ายขึ้นหมายแห่งเป็นเครือข่ายใหญ่ แล้วหลอกชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนหลายรูปแบบ อ้างว่าจะได้เงินตอบแทนสูง ครั้งแรกก็จ่ายจริงเพื่อหลอกให้ลงทุนเพิ่ม ครั้งต่อไปก็บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเงิน จนมีผู้เสียหายนับพันราย มีมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ 2 คน และหนึ่งในนั้นคือประสิทธิ์ เจียวก๊ก!

พรรณิการ์ ในฐานะที่ถูกประสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีจากการเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกิจไม่ชอบมาพากลและปฏิบัติการไอโอจิตอาสาของเขา กล่าวว่า

“เวลากลายเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งแล้ว ถึงความถูกต้องของข้อมูลที่คณะก้าวเปิดเผยก่อนหน้านี้มาครึ่งปีเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของประสิทธิ์ เจียวก๊ก แม้เราจะถูกปิดปากด้วยคดีความ ถูกข่มขู่และดิสเครดิตต่างๆ นานา จากกลุ่มประสิทธิ์ ถูกไอโอโจมตีด้อยค่า เช่นเดียวกับการเปิดเผยข้อมูลประเด็นวัคซีนของคุณธนาธร ซึ่งทำให้คนพูดโดนคดี 112 โดนโจมตีว่าเป็นพวกชังชาติ ล้มสถาบัน ทั้งที่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฏว่าข้อมูลและการคาดการณ์ต่างๆ ล้วนกลายเป็นจริง ประเทศนี้ คดีความและการถูกด้อยค่า คือราคาที่คนพูดความจริงต้องจ่าย”

และนี่ก็เป็นบทเรียนครั้งสำคัญของหน่วยงานราชการ กองทัพ และโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ที่ได้รับผลกระทบทางด้านชื่อเสียงจากร่วมงานกับคนเช่นนี้ ที่เพียงอ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน ก็เหมือนเป็นใบเบิกทางให้ไปสู่สังคมที่สูงกว่าเพื่อทำการที่ใหญ่กว่าไปเรื่อยๆ จนทุกอย่างพังทลายลงมาอย่างที่เห็น

เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า ใครที่อ้างว่าตนเองเป็นคนจงรักภักดี รักสถาบันกษัตริย์ มิได้หมายความว่าคนนั้นจะเป็นคนดีเสมอไป สิ่งที่เขาทำ ดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ย่อมอยู่ที่การกระทำของเขา ไม่ใช่การอ้างว่าตนจงรักภักดี ความจงรักภักดีจึงไม่ใช่เกราะกำบังคุ้มกันตนเอง

และหากใครยิ่งอ้างความจงรักภักดีมากเท่าไร ยิ่งต้องพึงระวังให้มากเท่านั้น …

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

20

ธันวาคม

20 ธันวาคม เลือกตั้งนายก อบจ. – ส.อบจ. ทั่วประเทศ

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

“เทศบาลก้าวหน้า” ใช้ “เทคโนโลยี” เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน

99 วัน หลังรับตำแหน่ง นายกฯ “เทศบาลก้าวหน้า” มั่นใจ “น้ำประปาดื่มได้” เป็นจริง !

ทำทันที! เทศบาล “ก้าวหน้า” ชู “น้ำประปาดื่มได้”

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

ติวเข้มทีมเทศบาลนคร “นครราชสีมา” – “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” ชิงนายก ชู “4 แก้ 4 ก้าว” สร้าง “โคราช สมาร์ท ซิตี้”

บทความ

   ดูทั้งหมด
ตลาดวิชาอนาคตใหม่

รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า : เป็นไปได้หรือไม่ถ้าคนไทยจะมีรายได้ให้เปล่าสำหรับทุกคน?

Common School

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 4 : ‘เล่าให้ลูกฟัง’ บันทึกข้าราชการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

สัมภาษณ์พิเศษ

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ : ครบ 1 ปี หลัง ‘วันเฉลิม’ ถูกบังคับให้สูญหาย ในวันที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

บทความ

ว่าด้วยการจัดการงบประมาณสถาบันกษัตริย์

บทความ บทความพิเศษ

ประชาชนคนยากไร้ต้องสูญเสียอีกเท่าไรกับนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”

Common School

ตลาดวิชาอนาคตใหม่ ตอนพิเศษ: ข้ออ้างรัฐประหารในการเมืองไทย

บทความ

ปัดความรับผิดชอบ ไร้ความรับผิดชอบสไตล์กระทรวงศึกษาไทย

Common School

ปฐมนิเทศ ‘เบิกโรง’ ตลาดวิชาอนาคตใหม่ x ธงชัย วินิจจะกูล : ประวัติศาสตร์นอกขนบ

Common School บทความ

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 3 : จดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกทูตที่เล่าเรื่องอยุธยาแบบสากกะเบือยันเรือรบ