ขอบฟ้าความเป็นไปได้ 2 : การเดินทางอันยาวไกลของขบวนการนักศึกษาในพม่า

แหล่งความรู้สำหรับการปฏิวัติ

หากพูดถึงหนังสือคู่มือเกี่ยวกับการปฏิวัติในช่วงหลังมานี้ หลายคนคงคุ้นหูหนังสือชื่อว่า Beautiful Trouble กันดี หนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักกิจกรรมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม เพราะเป็นแหล่งข้อมูลปฏิบัติไร้ความรุนแรงที่พร้อมนำมาใช้ได้ในทันที หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคม Beautiful Trouble ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่คุณพลาดไม่ได้

ที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้นับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก Beautiful Trouble เกิดจากความร่วมมือของศิลปินและนักกิจกรรมทางการเมืองกว่า 70 คนในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปในปี 2553 ซึ่งเป็น 1 ปีก่อนมีการปฏิวัติอาหรับสปริงและขบวนการ Occupy Wallstreet แม้จะมีความยาวกว่า 500 หน้า แต่หนังสือเล่มนี้ก็มียอดขายกว่า 25,000 เล่มและได้รับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาอื่น ๆ อีกกว่า 7 ภาษา รวมถึงฉบับภาษาไทยที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ด้วย

เนื่องจากได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี ทีมงานผู้เขียนจึงก่อตั้งองค์กรและเว็บไซต์ขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ฟรี นอกจากจะมีเครื่องมือช่วยออกแบบวางแผนการรณรงค์บนเว็บไซต์ ที่มาจากการถอดบทเรียนกรณีศึกษาต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ยังมีกองทุนสำหรับคนที่ต้องการต่อสู้เปลี่ยนแปลงสังคมด้วยปฏิบัติการทางตรง (direct action) และช่องทางติดต่อให้คำปรึกษาในการจัดกิจกรรมรณรงค์ทางสังคมต่าง ๆ รวมถึงสายด่วนฮอตไลน์ และโครงการฝึกที่มีนักกิจกรรมผ่านการเข้าร่วมมาแล้วกว่า 15,000 คน   

หลังหนังสือ Beautiful Trouble ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม องค์กรจึงเริ่มผลิตหนังสือและกล่องชุดความรู้ออกมาเพิ่มเติม อีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นแหล่งที่มาของเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการนักศึกษาในพม่าที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้คือ หนังสือที่มีชื่อเสียงอย่างมากและเพิ่งได้รับการตีพิมพ์ออกมาในปี 2562 ชื่อว่า Beautiful Rising: Creative Resistance from the Global South

Beautiful Rising เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวและรูปแบบวิธีการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชนในซีกโลกใต้ หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ยังคงมีชีวิต เพราะเกิดมาจากการถอดบทเรียนของขบวนการเคลื่อนไหวหลายแหล่งใน 6 ประเทศของซีกโลกใต้ ได้แก่ เมียนมาร์ จอร์แดน ซิมบับเว บังกลาเทศ ยูกันดา และเม็กซิโก นอกจากจะนำเสนอภาพรวมทางทฤษฎี วิธีการ และกลยุทธ์สำหรับขบวนการเคลื่อนไหวออกมาในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายแล้ว ยังแนะนำปฏิบัติการรณรงค์รูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีด้วย แต่น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ยังไม่มีการแปลออกมาเป็นภาษาไทย

เนื่องจาก Common School คณะก้าวหน้าเห็นว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะเหมาะสมกับห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังภายในใต้ระบอบเผด็จการเช่นนี้ ทั้งยังช่วยขยายขอบฟ้าความเป็นไปได้ในการต่อสู้ของประชาชนได้เป็นอย่างดี จึงอยากจะลองแบ่งปันเรื่องราว เพื่อจุดประกายให้เราจินตนาการต่อยอดหาวิธีการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างสร้างสรรค์ และเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความก้าวหน้าที่หยั่งรากในสังคมไทย และสถาปนาให้ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจอธิปไตยขึ้นมาในที่สุด

การเดินทางอันยาวไกลของขบวนการนักศึกษาในพม่า

หากพูดถึงประเทศพม่านั้น ความคิดแรกที่เราอาจนึกถึงคือพม่าเป็นอริราชศัตรูของไทย และเป็นผู้เผากรุงเสียอยุธยาเท่านั้น เรื่องนี้เป็นมายาคติที่ผลิตขึ้นเพื่อสร้างความเกลียดชัง แบ่งเขาแบ่งเราเพื่อให้อัตลักษณ์ความเป็นไทยเด่นชัดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยได้รับรู้กันมากนักเกี่ยวกับพม่าคือ ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของพม่า มีการต่อสู้ของประชาชนกับผู้นำเผด็จการทหารอย่างต่อเนื่องและมีขบวนการของนักศึกษาและประชาชนที่เข้มข้นอย่างมาก แม้จะถูกคุกคาม ปราบปรามมากเพียงใด พวกเขาก็ยังแสดงพลังไม่ยอมจำนนต่อสู้กับผู้นำเผด็จการอยู่เสมอ

เรื่องนี้เด่นชัดขึ้นเมื่อเกิดการรัฐประหารในพม่าขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 และเริ่มมีการประท้วงต่อต้านเผด็จการขึ้นทั้งในพม่าและไทย เหตุการณ์นี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ไทย-พม่าในระดับประชาชน เพราะทำให้เห็นว่าถึงที่สุดแล้วเอกราชของชาติไม่จำเป็นต้องถูกช่วงชิงโดยลัทธิอาณานิคมของต่างชาติเสมอไป แต่สามารถถูกยึดครองจากกองทัพทหารของประเทศตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้เห็นด้วยว่าอำนาจอธิปไตยของปวงชนและระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภานั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องร่วมกันต่อสู้ให้ได้มาไม่ว่าจะอยู่ในชาติใดก็ตาม   

เหตุการณ์รัฐประหารและต่อสู้ของประชาชนที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ไม่ใช่การต่อสู้ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในพม่า ก่อนหน้านี้พม่าเคยมีการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง เช่น การรัฐประหารในปี 2505 (ค.ศ. 1962) ของพลเอกเนวิน และหลังการลุกฮือในปี 2531 (ค.ศ. 1988) ที่นำไปสู่การนองเลือดของนักศึกษา ประชาชน และพระภิกษุสามเณรจำนวนมาก ถึงแม้พลเอกเนวินจะประกาศลาออกและมีการจัดเลือกตั้งขึ้น แต่จนแล้วจนรอดกองทัพพม่าก็ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และสั่งกักบริเวณนางอองซานซูจีซึ่งเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งถึง 15 ปี

เนื่องจากถูกกดดันจากนานาชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลทหารพม่าจึงอนุญาติให้มีการเลือกตั้งอย่างไม่ค่อยเสรีและเป็นธรรมนักอีกครั้งใน พ.ศ. 2553 โดยนายเต็ง เส่ง อดีตนายพลสายปฏิรูปได้รับเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดี แม้เต็ง เส่งจะพยายามปฏิรูปให้ประเทศในด้านต่าง ๆ แต่มรดกตกทอดของเผด็จการฝังรากลึกอย่างมาก การถอนรากเผด็จการไม่ใช่อะไรที่ผู้นำคนเดียวจะสามารถทำได้ ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องต่อสู้จึงได้มา

หนึ่งเหตุการสำคัญในช่วงนั้น คือการเดินขบวนระยะไกลของนักศึกษาพม่าในปี 2558 (Burmese student long march) เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่งดงามในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของนักศึกษาและประชาชนชาวพม่า

ในเดือนมกราคมเหล่านักศึกษาในแต่ละภูมิภาครวมตัวกันเพื่อประท้วงกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่รัฐบาลพยายามนำมาใช้เพื่อควบคุมการศึกษาจากรัฐส่วนกลาง นอกจากกฎหมายนี้จะทำให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ประกอบสร้างขึ้นมาเป็นชาติพม่านั้นมลายหายไปแล้ว ยังไม่คุ้มครองเสรีภาพทางวิชาการและไม่ยอมรับการตั้งสหภาพนักเรียนและอาจารย์ด้วย

เมื่อกลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาพยายามเสนอข้อเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กระบวนการในการปฏิรูปการศึกษากลับปิดกั้นการมีส่วนร่วมและคุกคามนักศึกษา ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงรวมตัวกันเดินขบวนประท้วงจากภูมิลำเนาของตนไปยังเมืองย่างกุ้ง โดยเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ระหว่างทางพวกเขาต้องเผชิญกับผู้ไม่เห็นด้วย การจับกุมนักศึกษา ยกระดับไปถึงการสลายการชุมนุม ทว่าในระหว่างนี้ก็มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากหลังเห็นความโหดร้ายทารุณของรัฐเผด็จการเช่นเดียวกัน ส่งผลทำให้รัฐสภาต้องชะลอการผ่านกฎหมายปฏิรูปการศึกษาและยอมเจรจากับกลุ่มนักศึกษาในที่สุด

สำหรับยุทธวิธีที่พวกเขาใช้ในการต่อสู้นั้นเรียกว่าการเดินขบวนระยะไกล หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า trekking การเดินขบวนระยะไกลนับว่าเป็นยุทธวิธีการสื่อสารที่น่าทึ่ง เพราะระหว่างที่มีการเดินผ่านเมืองและหมู่บ้านหลายแห่งในพม่า ขบวนนักศึกษาได้มีโอกาสสื่อสารกับผู้เดินผ่านไปผ่านมาว่ากฎหมายฉบับนี้มีปัญหาอย่างไร เหตุใดพวกเขาจึงต้องออกมาเดินขบวน นอกจากนี้ กลยุทธ์แบบนี้ยังทำให้มีขบวนการนักศึกษามีเวลาออกอากาศ (air-time) ในพื้นที่สื่อเป็นเวลายาวนาน ทำให้พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ และเป็นการสร้างแรงกดดันไปยังรัฐบาลไปในตัว

เนื่องจากยุทธวิธีเช่นนี้เป็นการค่อย ๆ สั่งสมการสนับสนุนจากสาธารณชนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฝ่ายรัฐที่อยากผ่านกฎหมายย่อมร้อนใจขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อถึงจุดที่ไม่อาจยอมได้อีกต่อไป รัฐจึงต้องลงดาบปราบปรามในที่สุด ทว่านั่นเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของรัฐบาลพม่า เนื่องจากเมื่อการเดินขบวนของประชาชนถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ประชาชนจึงออกมาสนับสนุนการเดินขบวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์เช่นนี้เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการต่อต้านขัดขืนของประชาชน โดยศัพท์เฉพาะเรียกว่าปรากฎการณ์ “ดาบนั้นคืนสนอง” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า backfire

แม้ว่าตลอดการเดินขบวนนักศึกษาและประชาชนจะถูกข่มขู่ ยั่วยุ คุกคาม ปราบปราม และจับกุมอยู่เสมอ กลุ่มผู้เดินขบวนส่วนใหญ่ก็หาได้ตอบโต้ด้วยความรุนแรงไม่ แต่ยังคงปฏิบัติตามระเบียบวินัยของการเดินขบวนอย่างหนักแน่น ด้วยการไม่ตอบโต้ความรุนแรงกลับไปยังเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาด หลักการเช่นนี้เรียกว่าระเบียบวินัยในการไม่ใช้ความรุนแรง หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า (nonviolent discipline) ภายใต้หลักการนี้ ขบวนการรณรงค์จะมีความชอบธรรมมากขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้นทุกครั้งที่รัฐบาลเข้าทำการปราบปราม

การเดินขบวนระยะทางไกลของนักศึกษาพม่าเป็นหนึ่งในการต่อสู้กับมรดกตกทอดของระบอบเผด็จการกดขี่เพื่อให้ได้มาซึ่งการศึกษาที่ดีสำหรับคนรุ่นหลัง เปรียบเสมือนเป็นการเดินหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังให้หยั่งรากในสังคม การเดินขบวนของนักศึกษาพม่าทำให้เราเห็นว่าสามัญชนคนธรรมดาสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังได้ ถ้าพวกเขาร่วมกันลุกขึ้นสู้เพื่อยืนยันในหลักการอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

นอกจากการเดินขบวนจะช่วยให้ขอบฟ้าความเป็นไปได้เปิดขึ้นภายใต้สังคมที่ดูมืดมนและอับจนหนทางแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารในการต่อต้านระบอบเผด็จการอำนาจนิยมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การเดินขบวนต่อต้านการผูกขาดสัมทานเกลือของระบอบอาณานิคมอังกฤษในอินเดีย (พ.ศ. 2473) หรือ ล่าสุดในประเทศไทยก็มีการเดินขบวน “ทะลุฟ้า” เป็นระยะทาง 247 กิโลเมตรในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา แม้การตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าที่ข้างทำเนียบรัฐบาลจะถูกจับกุมและปราบปราม แต่ใช่ว่าการต่อสู้ของประชาชนจะสิ้นสุดลง

“เวลาอยู่ข้างเรา” จงกล้าคิด ตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจและเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ผู้มีอำนาจทั้งหลายพึงสังวรไว้เถิด หมดเวลาของพวกท่านแล้ว นับแต่นี้ต่อไปคือเวลาของพวกเราประชาชน !

“ผมเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาหลอกหลอนคนที่อยู่ในโลกเก่า ความคิดเก่าทำให้เกิดความละเมอหวาดกลัวและไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องปลอบใจท่านเหล่านี้ได้เท่ากับไม่มีอะไรหยุดยั้งความรุดหน้าของกาลเวลาที่จะสร้างปีศาจเหล่านี้ให้มากขึ้นทุกที ท่านคิดจะทำลายปีศาจตัวนี้ในคืนวันนี้ต่อหน้าสมาคมชั้นสูงเช่นนี้ แต่ไม่มีทางจะเป็นไปได้เพราะเขาอยู่ยงคงกระพันยิ่งกว่าอาคิลลิสหรือซิกฟริด เพราะเขาอยู่ในเกราะกำบังแห่งกาลเวลา ท่านอาจจะเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้บางสิ่งบางอย่างชั่วครั้งชั่วคราว แต่ท่านไม่สามารถจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ตลอดไป โลกของเราเป็นคนละโลก…โลกของผมเป็นโลกของธรรมดาสามัญชน”

― เสนีย์ เสาวพงศ์, ปีศาจ

อ้างอิง

https://beautifulrising.org/tool/burmese-students-long-march
https://beautifulrising.org/tool/trek
https://beautifulrising.org/tool/direct-action
https://beautifulrising.org/tool/maintain-nonviolent-discipline

อ่านเพิ่มเติม

จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย : แผนการสู่อิสรภาพ,ยีน ชาร์ป แปลโดย ธรรมชาติ กรีอักษรภาคิน นิมมานนรวงศ์,สำนักพิมพ์นิสิตสามย่าน, 2563

ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง: ทางเลือกการจัดการความขัดแย้งที่ไม่ไร้น้ำยา, จันจิรา สมบัติพูนศิริ ใน http://libertyschool.in.th/knowledge/nonviolent-action-janjira/

ยีน ชาร์ปกับ “สันติวิธีของคนดื้อ”,จันจิรา สมบัติพูนศิริ ใน https://www.the101.world/gene-sharp/

“สันติวิธีของคนดื้อ”: ยีน ชาร์ป กับความรู้สันติวิธีในสังคมไทย”,จันจิรา สมบัติพูนศิริ ในhttps://www.the101.world/gene-sharp-2/

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

20

ธันวาคม

20 ธันวาคม เลือกตั้งนายก อบจ. – ส.อบจ. ทั่วประเทศ

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

99 วัน หลังรับตำแหน่ง นายกฯ “เทศบาลก้าวหน้า” มั่นใจ “น้ำประปาดื่มได้” เป็นจริง !

ทำทันที! เทศบาล “ก้าวหน้า” ชู “น้ำประปาดื่มได้”

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

ติวเข้มทีมเทศบาลนคร “นครราชสีมา” – “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” ชิงนายก ชู “4 แก้ 4 ก้าว” สร้าง “โคราช สมาร์ท ซิตี้”

ส่องตราสัญลักษณ์ “เทศบาล” ท้องถิ่นไหนมี “รัฐธรรมนูญ” ปรากฏ ?

บทความ

   ดูทั้งหมด
Reading Revolution บทความ

อ่านความยุติธรรม ย้อนคิดความยุติธรรมไทย

Common School บทความ

ประวัติศาสตร์ของทุกคน ตอนที่ 1 : ฝึกอ่านหลักฐานชั้นต้น ตีความประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง

Common School บทความ

ตลาดวิชาอนาคตใหม่ การผจญภัยทางปัญญา โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล

บทความ บทความพิเศษ

เมื่อรัฐก่อ “นิติสงคราม” กับประชาชน เราจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร?

บทความ บทความพิเศษ

จากกรณีประสิทธิ์ เจียวก๊ก ถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

บทความ

“ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” จากนักธุรกิจผู้เดินเข้านอกออกในกองทัพ สู่วิทยากรไอโอจิตอาสา 904 สุดท้ายกลายเป็น “นักต้มตุ๋นพันล้าน” บทเรียนราคาแพงของการอ้างความ “จงรักภักดี”

บทความ

“จิตร ภูมิศักดิ์” นักตั้งคำถามแห่งยุคสมัย – ต้นแบบเยาวชนคนรุ่นใหม่

Common School บทความ

ขอบฟ้าความเป็นไปได้ 3 : เออร์เดม กุนดุซ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”

Common School บทความ

เสียงที่ไม่ได้ยิน : ปัญหา และทางออกของคนงานแพลตฟอร์ม