ว่าด้วยการปิดบริการรถไฟฟ้าในช่วงการชุมนุม: มองความสัมพันธ์ นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา ผ่านรถไฟฟ้า

บีทีเอสให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับคำสั่งจากรัฐบาลเผด็จการในการห้ามประชาชนเข้าสถานีรถไฟฟ้าหลายแห่งในช่วงวันเวลาที่มีการนัดหมายการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน

วันที่ 18 ตุลาคม 2563 ปิด 15 สถานี
วันที่ 17 ตุลาคม 2563 ปิดทุกสถานี
วันที่ 16 ตุลาคม 2563 ปิด 5 สถานี

การปิดบริการของบีทีเอสก่อให้เกิดภาระต่อประชาชนทั้งที่เดินทางไปชุมนุมและที่เดินทางสัญจรปกติ ประชาชนเดือดร้อน เสียทั้งเงินทั้งเวลาเพิ่มขึ้นในการเดินทาง

ทำไมบีทีเอสจึงเลือกที่จะให้ความร่วมมืออย่างว่านอนสอนง่าย?
เพราะผู้บริหารกลัวกฏหมาย?
หรือเพราะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ?

การเดินรถไฟฟ้าในกรุงเทพเป็นธุรกิจที่อาศัยสัมปทานจากรัฐ บีทีเอสมีสัญญาในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับกรุงเทพมหานครจากปี 2542-2572 ในปี 2555 ช่วงที่คุณสุขุมพันธ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บีทีเอสได้รับการต่อสัญญาสายสีเขียวจากกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งควบรวมสัญญาเดินรถสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1(อ่อนนุช-แบริ่ง และตากสิน-บางหว้า) ไปถึงปี 2585 โดยไม่มีการประมูล และก่อนสัญญาหลักจะหมดถึง 17 ปี

การต่อสัญญาดังกล่าวมีส่วนทำให้มูลค่าตลาดของบีทีเอสเพิ่มขึ้นจาก 44,607 ล้านบาท เป็น 104,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 หมื่นล้านบาท หรือ 134% ภายในปีเดียว ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นเพียง 30.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน (เทียบ 31 มีนาคม 2555 กับ 31 มีนาคม 2556)

เจ้าของบีทีเอสมีความมั่งคั่งมากขึ้นเป็นหมื่นล้านบาทในชั่วข้ามคืน

ในเดือนเมษายน 2562 หลังการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม และก่อนการตั้งรัฐบาลในเดือนกรกฎาคม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยช่วงสุญญากาศทางการเมือง ใช้คำสั่งมาตรา 44 เพื่อแบ่งเค้กครั้งสุดท้าย พวกเขารู้ว่าถ้าประกาศก่อนเลือกตั้งจะเสียคะแนนเสียง และถ้าทำหลังจากมีรัฐบาลใหม่ เรื่องนี้ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาศัยอำนาจเด็ดขาดตามมาตรา 44 อนุญาตให้การประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่สอง (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต – คูคต) ไม่ต้องเข้ากระบวนการตามกฎหมายร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ประยุทธ์เพิ่งผลักดันให้ผ่านเองในวันที่ 10 มีนาคม 2562

เรียกได้ว่าผ่านกฎหมายเอง แต่เว้นวรรคการใช้กฎหมายนั้นกับการประมูลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า

นอกจากไม่ต้องเข้ากระบวนการตามกฎหมายปกติแล้ว คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับนี้ยังสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งโดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เพื่อพิจารณาค่าโดยสารและการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างรัฐกับเอกชนทั้งสายสีเขียวเดิม รวมถึงส่วนต่อขยายที่หนึ่งและสอง หากคณะกรรมการชุดนี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ให้ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

มีการพยายามล็อบบี้กันอย่างหนักเพื่อให้บีทีเอสได้สัมปทานสายเดิมและส่วนขยายทั้งหมดโดยขยายเวลาสัมปทานไปถึงปี 2602 โดยไม่ต้องประมูล (คุณยุทธพงษ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายเรื่องนี้เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาในสภาแล้วอย่างละเอียด ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้)

เพราะไม่มีใครอยากเป็นผู้ตัดสินใจ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 44 จึงเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจเอง

คุณปรีดี ดาวฉาย รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเวลาที่เรื่องการให้สัมปทานทั้งสายกับบีทีเอสเข้าสู่การประชุม ครม. พอดี คุณปรีดีได้ขอเอกสารไปพิจารณาก่อนตัดสินใจ เนื่องจากเพิ่งเข้ามาใหม่ กลัวจะทำผิดกฏหมาย

คุณปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 2 กันยายน 2563 หลายฝ่ายคาดเดาว่าสาเหตุมาจากการที่เขาไม่ต้องการร่วมรับผิดชอบกับการต่อสัญญาให้บีทีเอสถึงปี 2602 โดยไม่ต้องประมูล

บีทีเอสกำลังรอการต่อสัมปทานที่สำคัญจากรัฐบาลประยุทธ์โดยไม่ต้องประมูลอยู่ ผลประโยชน์จนถึงปี 2602 อาจเป็นมูลค่าแสนล้าน เป็นไปได้หรือที่พวกเขาจะยืนเคียงข้างประชาชนโดยการขัดคำสั่งรัฐบาล?

บีทีเอสยังมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มทุนอื่น

คุณชฎาทิพย์ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการไอคอนสยาม ร่วมกับ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด และเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงคุณคีรี กาญจนพาสน์ ผู้บริหารสูงสุดของบีทีเอส ตอนหนึ่งว่า

“ขอบคุณคุณคีรี กาญจนพาสน์ ที่เสนอแนะให้สร้างรถไฟฟ้าสายทอง เพื่อทำเป็นระบบฟีดเดอร์ไลน์ เชื่อมรถไฟฟ้า 3 สาย คือ สายสีเขียว (บีทีเอส) สายสีแดง และสายสีม่วงใต้ในอนาคต ซึ่งได้ขอกู้แบงก์เพิ่มเพื่อลงทุนฟีดเดอร์ไลน์ โดยเราให้เงินทุนสนับสนุน กทม. ดำเนินการผ่านกรุงเทพธนาคม จริงๆ สายสีทองจะต้องสร้างเสร็จก่อนที่ไอคอนสยามจะเปิด ถึงจะใช้เวลานานแต่เราก็ภูมิใจ และอนาคตแนวเส้นทางจะไปถึงประชาธิปก เชื่อมกับสายสีม่วงใต้”

คุณคีรีเป็นผู้เสนอให้สยามพิวรรธน์ สมทบทุนสร้างสายสีทอง โดยแลกเปลี่ยนกับสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถไฟฟ้า บีทีเอสได้สัญญาการเดินรถไฟสายสีทองไป 30 ปีโดยไม่ต้องประมูล (คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์ ในประเด็นสายสีทองเอื้อประโยชน์กับไอคอนสยามและหอชมเมืองในสภาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ท่านที่สนใจสามารถหาฟังเพิ่มเติมได้)

บีทีเอสไม่ได้มีแค่ธุรกิจรถไฟฟ้า แต่ยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสื่อสารมวลชน

คุณคีรีเคยร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการพัฒนาโครงการ The Exchange Square โครงการที่คุณคีรีตั้งใจพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเงินของประเทศไทย

ในธุรกิจสื่อ หลังจากการยึดอำนาจของ คสช. ในปี 2558 บริษัทลูกของบีทีเอสชื่อ บริษัท ยู ซิตี้ (มหาชน) จำกัด ได้เข้าไปถือหุ้นบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป (มหาชน) จำกัด ในเวลาไล่เลี่ยกับช่วงที่บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัดเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าวด้วย

หลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เราเห็นแนวโน้มมาตรฐานการรายงานข่าวที่เปลี่ยนไป และการเลือกข้างทางการเมืองของเครือเนชั่นอย่างเห็นได้ชัด

จนถึงปัจจุบัน ยู ซิตี้ เป็นผู้ถือหุ้นจำนวนมากที่สุดของเนชั่น

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจกับการเมืองคือเรื่องเดียวกัน อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าของประเทศไทยแพงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เพราะเราไม่สนใจการเมือง ค่าโดยสารรถไฟฟ้าจึงแพง

เพราะเราไม่สนใจการเมือง สัมปทานและสัญญาจัดซื้อจัดจ้างจึงถูกหยิบยกให้นายทุนโดยไม่มีการประมูล

เพราะเราไม่สนใจการเมือง เราจึงปล่อยให้เขาขูดรีดเรา

ติดตามตรวจสอบการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว อย่าให้เขาต่อสัมปทานให้กับบีทีเอสโดยไม่มีการประมูลหรือไม่มีการเสนอเงื่อนไขอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะได้อีก

พันมิตรระหว่าง นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา เอาเปรียบประชาชนมามากพอแล้ว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

20

ธันวาคม

20 ธันวาคม เลือกตั้งนายก อบจ. – ส.อบจ. ทั่วประเทศ

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

ติวเข้มทีมเทศบาลนคร “นครราชสีมา” – “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” ชิงนายก ชู “4 แก้ 4 ก้าว” สร้าง “โคราช สมาร์ท ซิตี้”

ส่องตราสัญลักษณ์ “เทศบาล” ท้องถิ่นไหนมี “รัฐธรรมนูญ” ปรากฏ ?

ผนึกประสบการณ์-พลังคนรุ่นใหม่ “คณะก้าวหน้า” เปิดตัว “ประยูร วงศ์ปรีชากร” ชิงนายกฯ “หาดใหญ่” – “สมบูรณ์ พงศ์เลิศนภากร” ร่วมทีมเศรษฐกิจ

ความท้าทายของ “เทศบาลนครเชียงใหม่” ! เปิดตัว “ธีรวุฒิ แก้วฟอง” คนหนุ่มเจ้าของพื้นที่ – มุ่งมั่นสร้าง “เชียงใหม่กว่า”

บทความ

   ดูทั้งหมด
บทความ

กลับไปหาอำนาจปฐมสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน

Common School Reading Revolution บทความ

ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง

บทความ เรื่องเด่น

ปิยบุตร กาง 4 ฉากทัศน์ชะตา รัฐธรรมนูญ 60 ปลุกอำนาจสูงสุดสถาปนารัฐธรรมนูญมาจากประชาชน

บทความ เรื่องเด่น

กรณี #แอมมี่ : สังคมประชาธิปไตยจำเป็นต้องอดทนอดกลั้นกับความเห็นที่แตกต่าง – เตือนใช้ 112 ยิ่งบานปลาย

Common School บทความ

ถอดบทเรียนการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาร์

กระทำให้ชำนาญ บทความ

บทบาทและอำนาจหน้าที่ของ “นายกเทศมนตรี” และ “สมาชิกสภาเทศบาล”

ความเคลื่อนไหว เขย่าเลือกตั้งท้องถิ่น

“ประยูร วงศ์ปรีชากร” ร่วมกิจกรรมคนรุ่นใหม่ – ชูนโยบายสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” เชื่อมผู้คน – กิจกรรม – พัฒนาย่านเศรษฐกิจ ฟื้นเมือง “หาดใหญ่” !

ความเคลื่อนไหว เขย่าเลือกตั้งท้องถิ่น

“มนตรี คงวชิรวิทย์” ลุยเทศบาลนครนครสวรรค์ – “Walk to Win เดินคว้าชัย” 30 วันสุดท้ายบอกเล่านโยบาย – ฟังปัญหาชาว “ปากน้ำโพ”

Reading Revolution บทความ

การอ่านเป็นเรื่องของวัยเยาว์