หากใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้าที่ต้องทำให้งบประมาณปี 2564 บังคับใช้ให้ทันภายใน 1 ต.ค. ตามกรอบเวลาปกติ

[ หากใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ต้องทำให้งบประมาณปี 2564 บังคับใช้ให้ทันภายใน 1 ตุลาคมนี้ ตามกรอบเวลาปกติ ]

พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จะสิ้นสุดลงตามวงรอบปีงบประมาณ ในวันที่ 30 กันยายนนี้ และตามปกติก็ควรจะต้องบังคับใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ให้ทันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไปจนถึงปีงบประมาณถัดไป

ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างกฎหมายภายในสัปดาห์นี้ และจะมีการลงมติในวันที่ 18 กันยายน จากนั้นวุฒิสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในสัปดาห์ต่อไป และลงมติในวันที่ 21 กันยายน

ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564, สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ทำงานกันอย่างหนักตามกรอบเวลาที่ตั้งขึ้นไว้อย่างเคร่งครัด ในชั้นคณะกรรมาธิการงบประมาณ พวกเรากรรมาธิการประชุมกันถึงสามทุ่มเกือบทุกวันติดกันเป็นเดือนเพื่อให้พิจารณาเสร็จตามกรอบ ซึ่งตามกรอบที่ผมกล่าวมาข้างต้นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรียังมีเวลาอีกถึง 9 วันที่จะนำร่างกฎหมายนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฎหมายให้ทันการณ์

แต่เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักงบประมาณได้ออกหนังสือด่วนที่สุดว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้งบปี 2563 ไปพลางก่อน ให้กับหน่วยงานราชการทั่วทั้งประเทศ เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้งบไปพลางก่อน นั่นหมายความว่ากฎหมายงบประมาณในปีถัดไปนั้นไม่สามารถประกาศใช้ได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม

เมื่อผมทราบข่าวเรื่องนี้ก็ตกใจมาก ผู้คนจำนวนมากกำลังเดือดร้อนในภาวะเศรษฐกิจ คนตกงานเป็นล้านๆ คน พนักงานบริษัทไม่มีโอทีเพราะไม่มียอดสั่งซื้อ พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดขายได้น้อยลงจนอยู่กันอย่างอัตคัดขัดสน หลายคนต้องล้มเลิกกิจการไป นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษานับล้านคน แต่ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลกลับไม่เร่งรีบผลักดันให้งบประมาณออกใช้ได้ตามกรอบเวลา

ตามหลักเกณฑ์การใช้งบไปพลางก่อนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 141 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น รัฐบาลจะยังไม่สามารถใช้งบลงทุนได้ หมายความว่าเงินลงทุนของรัฐที่วางแผนโครงการไว้ว่าจะมาช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูเยียวยาหรือพัฒนาประเทศ จะใช้ไม่ได้เลยจนกว่าจะเริ่มบังคับใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ความเสียหายทำนองนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในการต่อสู้การแพร่ระบาดของไวรัสและฟื้นฟูเยียวยาประเทศ


โดย พ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 17 มิถุนายน 2563 และผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาวันที่ 22 มิถุนายน 2563 แต่กว่า พ.ร.บ.โอนงบฯ จะได้รับการลงพระราชปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฏหมาย ก็ปาเข้าไปวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 หรือใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน ซึ่งเวลาอีกเกือบหนึ่งเดือนที่เสียไป คือโอกาสของประเทศที่เสียไปในการนำงบประมาณไปรับมือกับวิกฤตโควิด

ในปีก่อน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ใช้เวลา 12 วันหลังจากการเห็นชอบของวุฒิสภามาจนถึงการบังคับใช้เป็นกฏหมาย และพล.อ.ประยุทธ์ยังพออ้างได้ว่าเพราะมีการเลือกตั้งใหญ่ในเดือนมีนาคม 2562 จึงทำให้ผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปีไม่ทัน แต่ในการจัดทำงบประมาณปี 2564 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีข้ออ้างใดๆ เลย

หากใส่ใจกับความเดือดร้อนของประชาชนจริงอย่างที่กล่าวอ้างมาตลอด หากต้องการฟื้นฟูประเทศให้เร็วที่สุดเพื่อให้งบลงทุนจะถูกนำไปใช้และก่อให้เกิดการจ้างงานได้อย่างเร็วที่สุด ทำให้ข้าราชการลดภาระงานเอกสาร ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน และไม่ต้องทำงานอย่างพะว้าพะวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้ทูลเกล้าฯ ร่างพระราชบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วมีผลบังคับใช้ให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

9

ตุลาคม

เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ส่ง 32 ทีม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อ่านต่อ

10-12

ตุลาคม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปยังพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู – หนองคาย – บึงกาฬ – อุดรธานี

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

“คณะก้าวหน้า” เปิดตัวผู้สมัครท้องถิ่น 32 อบจ. “ธนาธร” ชูวิสัยทัศน์ – โชว์นโยบายยึดอุดมการณ์ “อนาคตใหม่” – ลั่น “เปลี่ยนประเทศไทยเริ่มได้ที่บ้านเรา”

“ธนาธร” ลุย “สกลนคร” ฟังวิสัยทัศน์ “ณรงคเดช” ว่าที่ผู้สมัคร อบจ. – ชูลงทุนด้านการศึกษา ท่องเที่ยว ยกระดับเกษตร ย้ำทุกอย่างต้องโปร่งใส่ ตรวจสอบได้

ขนส่งสาธารณะ “รถ – ราง – เรือ” เชื่อมประสานเปลี่ยน “อยุธยา” – “ธนาธร” ควง “วัสพงศ์” ลุยสำรวจ – ฟังปัญหาประชาชน ใช้ออกแบบนโยบาย

ขออีกครั้ง! สร้างความเปลี่ยนแปลง “พิษณุโลก” – “ธนาธร” ควง “เอ็กซ์ ณชพล” ลุยฟังความเห็นผลิตนโยบาย – มั่นใจหมดเวลา “การเมืองผูกขาด”

เวทีเครือข่ายชาติพันธุ์ “คณะก้าวหน้า” หนุนตั้ง “เครือข่ายสิทธิในที่ดิน” สร้างฐานมวลชนผู้ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ

บทความ

   ดูทั้งหมด
ความเคลื่อนไหว บทความ

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

จึง "เรียน" มาเพื่อทราบ

ความนิยมในอำนาจและความประสาทแดก

โลกใหม่ที่เป็นไปได้

เหลียวซ้ายแลขวา บทเรียนจาก 6 ตุลาคม 2519 : จิตสำนึกสังคมนิยมแห่งยุคสมัย-พวกเขาคือนักสังคมนิยม

รายงานพิเศษ

มีอะไรใน “แขวน 6 ตุลา” ? เสียงสะท้อนคนหลายรุ่น “ทำไมต้องมีอะไรที่พูดไม่ได้ เราอยากได้คำตอบ” รำลึกเหตุการณ์ “อาชญากรรมรัฐ” การล้อมปราบอำมหิต

สัมภาษณ์พิเศษ

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ : การกลับมาของจิตร ภูมิศักดิ์ “คุณเพิกเฉยตัวเขาได้ แต่ไม่อาจเพิกเฉยงานของเขาได้เลย !”

รายงานพิเศษ

จาก “ลานโพธิ์” ถึง “ทำเนียบรัฐบาล” 1.49 ชั่วโมง – กว่า 10,000 ก้าว “ลองเดิน” บนเส้นทางทวงคืน “ประชาธิปไตย”

บทความ

หากใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้าที่ต้องทำให้งบประมาณปี 2564 บังคับใช้ให้ทันภายใน 1 ต.ค. ตามกรอบเวลาปกติ

Common School : Covid-1984

กายวิภาครัฐไทย : กลไกอำนาจรัฐและอำนาจนำในสังคมไทย

รายงานพิเศษ

บทเรียนปี 35 ! เก็บตกบรรยากาศ “บรรจุอัฐิญาติวีรชน-เปิดอนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม” รัฐประหาร – รัฐบาลแห่งชาติ ไม่ใช่ทางออก !