บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ส่วนราชการในพระองค์

จดบันทึกการประชุม (อย่างไม่เป็นทางการ) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อภิปรายในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ส่วนราชการในพระองค์

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563 เวลาประมาณ 09.30 น.

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ผมคิดว่าเพื่อความเหมาะสม ผมอยากได้รับการชี้แจงว่าทำไมถึงมีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมากอย่างนี้? ไม่ทราบว่าจะขอเอกสารได้หรือเปล่าครับ? เพราะหน่วยงานไม่ได้มาชี้แจงครับ ท่านประธานครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม : 

“ทางสำนักงบฯ พอจะให้ข้อมูลประกอบได้ไหมครับ? 

มีประเด็นอย่างนี้นะครับ ถ้าท่านธนาธรยังติดใจอยากจะขอเอกสารเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ติดใจในการปรับลดในครั้งนี้ เราก็จะถือว่าเป็นการผ่านการพิจารณาไปเลย ส่วนเอกสารเพิ่มเติมก็จะให้ส่งให้หรือว่าท่านอยากจะรอให้มีเอกสารเพิ่มเติมแล้วท่านจะพิจารณา? เชิญครับ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“เหตุผลที่ผมถามคืออย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตใช้สไลด์ประกอบการอภิปรายครับ ไม่ต้องห่วงครับท่านประธาน ไม่ใช่เอกสารลับนะครับ ไม่เหมือนเมื่อวานครับ (การพิจารณางบประมาณกองทัพบก สังกัดกระทรวงกลาโหม)

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :  

“ท่านจะฟังสำนักงบฯ​ ก่อนไหมครับ?” 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ได้ครับ ยินดีครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :  

“เชิญครับ สำนักงบฯ”

(ที่ผ่านมา ส่วนราชการในพระองค์ไม่ชี้แจงงบประมาณด้วยตัวเอง โดยในปี พ.ศ. 2563 ให้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นผู้ชี้แจงงบประมาณต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยอ้างว่ามีอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 5 วรรคท้าย)

วิยดา โชติรัตนะศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ :  

“กราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการฯ ในส่วนของส่วนราชการในพระองค์ที่วงเงินเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของงบบุคลากรที่รับโอนมาจากกองทัพบกนะคะ นอกนั้นเป็นค่าใช้จ่ายตามวงเงินเดิมทั้งสิ้นค่ะ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :  

“เชิญท่านธนาธรครับ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ขอบคุณครับ ผมเห็นต่างนะครับ”

“ขออนุญาตใช้สไลด์ได้ไหมครับท่านประธาน?” 

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :  

“ครับ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ผมมีประเด็นเรื่องนี้นิดหนึ่งครับ” 

“ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมถามคืออย่างนี้ครับ ทีแรกผมคิดว่าเมื่อปี พ.ศ. 2563 ที่มีการผ่าน พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ (พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562) ราบที่ 11 และราบที่ 1 จากกระทรวงกลาโหมให้กับส่วนราชการในพระองค์

ผมเข้าใจว่างบฯ ที่เพิ่มขึ้นของส่วนราชการในพระองค์ คือการรับงบประมาณของราบที่ 1 และราบที่ 11 มาจากกระทรวงกลาโหม เพราะงบของกองทัพบกปีนี้ก็ลดลง แต่จากเอกสารของกระทรวงกลาโหม ผมพบว่าการโอนกำลัง โอนไปแต่บุคลากร แต่กระทรวงกลาโหมยังถืองบประมาณไว้อยู่ ซึ่งก็คือปีละประมาณ 1,200 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเป็นไปตามนี้หมายความว่า งบที่เพิ่มขึ้นเกิดจากส่วนราชการในพระองค์เอง 

ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดงบประมาณ หน่วยงานนำเสนอขึ้นมาเองครับ 

ผมอยากจะถามผู้บริหารหน่วยงานว่าการนำเสนองบประมาณเพิ่มขึ้นปีละ 16.8% ในขณะที่ประเทศกำลังยากลำบาก เก็บภาษีไม่เข้าเป้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าใจหาย ประชาชนที่ให้ความร่วมมือกันการอยู่บ้านต่อสู้กับโควิด-19 ทำให้รายได้พวกเขาลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้น กำลังลำบาก การที่ท่านเพิ่มงบประมาณร้อยละ 16.8 ต่อปีเหมาะสมหรือไม่? 

การนำเสนองบประมาณเช่นนี้ ทำให้พระองค์ท่านเสื่อมเสียพระเกียรติหรือไม่?

ที่มากไปกว่านั้นและเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องตั้งคำถามก็คือ งบประมาณของส่วนราชการในพระองค์เพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจและหยุดไม่อยู่

ตามสไลด์ที่ผมนำเสนอ ผมหยิบงบประมาณส่วนราชการในพระองค์จากเอกสารงบประมาณปี พ.ศ. 2561 ถึงปี พ.ศ. 2564 

ผมต้องเรียนก่อนว่าส่วนราชการในพระองค์ก่อตั้งตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 ดังนั้น งบฯ ปีแรกที่เสนอคือปี พ.ศ. 2561

ในปี 2561 เสนองบฯ ไว้ 4,196 ล้านบาท วางแผนไว้ 4 ปี ก็คือจนถึงปี 2564 งบฯ เพิ่มขึ้นเป็น 5,417 ล้านบาท (พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 24 วรรค (3) กําหนดกรอบประมาณการรายจ่าย ประมาณการรายรับ และฐานะการคลังของรัฐบาลเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามปี)

ในปี 2562 รายงานระบุว่าในปี 2561 ใช้งบประมาณจริงไป 6,391 ล้านบาท และในปี 2562 ตั้งงบประมาณเป็น 6,800 ล้านบาท จนถึงปี 2565 คือ 8,098 ล้านบาท 

ในปี 2563 ตั้งงบประมาณไว้ 7,685 ล้านบาท ไปจนถึงปี 2566 คือ 9,153 ล้านบาท 

ในเอกสารปีนี้ (งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564) ตั้งไว้ 8,980 ล้านบาทไปถึงปี 2567 คือ 10,696 ล้านบาท 

ผมยกตัวอย่างให้ดูในปี พ.ศ. 2564 เพียงปีเดียว เอกสารงบประมาณในปี 2561 วางแผนไว้ว่าปี 2564 จะใช้ 5,417 ล้านบาท 

พอมาถึงเอกสารงบประมาณปี 2562 วางแผนปี 2564 ไว้จะใช้ 7,640 ล้านบาท 

เอกสารปี 2563 วางแผนว่าในปี 2564 จะใช้ 8,146 ล้านบาท 

พอมาถึงปีนี้ปี 2564 จริงๆ ปรับเปลี่ยนขึ้นมาถึง 8,980 ล้านบาท คือมันเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจมาก และเวลาทำแผน (งบประมาณรายจ่ายประจำปี) ใหม่ revise (แก้ไขใหม่) ซึ่งต้องวางแผนไปสามปีข้างหน้า ปรากฎว่าเพิ่มขึ้นทุกปี

ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ

เฉพาะปีนี้ (2564) ปีเดียว เพิ่มขึ้น 16.8% ในขณะที่งบภาพรวมเพิ่มขึ้น 3.1% 

ถ้าเทียบจากปีแรกคือปี 2561 จนถึงแผนปี 2567 เพิ่มขึ้น 67% ใน 6 ปี เติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อ เติบโตเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของ GDP เติบโตเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของงบประมาณโดยภาพรวม

และที่สำคัญ จากประวัติ 4 ปีที่ผ่านมา เห็นแล้วว่ามีการ revise (แก้ไขใหม่) เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นในปี 2565 ก็อาจจะมี revise (แก้ไขใหม่) เพิ่มมากขึ้นกว่า 9,519 ล้าน ที่เสนอมาในปี 2564 ด้วย

ท่านประธานครับ ถ้าเราตัดชื่อหน่วยงานออกไป มีหน่วยรับงบประมาณหนึ่งนำเสนองบประมาณอย่างนี้ให้กับคณะกรรมาธิการโดยไม่ให้คำอธิบาย ผมเชื่อเหลือเกินว่าเราคงเห็นว่าไม่เหมาะสมและคงเสนอตัดตามสมควร

ผมย้ำอีกครั้งในที่นี้ ผมยืนยันว่าพระมหากษัตริย์ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างสมพระเกียรติ 

แต่อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านไม่ได้เป็นผู้ทำงบประมาณ แต่ผู้บริหารส่วนราชการในพระองค์เป็นผู้ทำ

การให้งบประมาณส่วนราชการในพระองค์เพิ่มขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้ โตเร็วกว่าเศรษฐกิจ โตเร็วกว่าเงินเฟ้อ โตเร็วกว่าการเติบโตของงบประมาณ มีแต่จะทำให้พระองค์ท่านเสื่อมเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศและประชาชนยากลำบากขนาดนี้

ดังนั้นผมจึงอยากได้รายละเอียด อยากให้ช่วยชี้แจงรายละเอียดในเอกสารนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าเราได้รับการชี้แจงรายละเอียดจะทำให้พวกเราช่วยส่วนราชการในพระองค์พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ช่วยรับรอง และสามารถชี้แจงต่อสาธารณะได้ว่างบประมาณเหมาะสม

หรือมิฉะนั้น ผมขอให้ทางหน่วยงานช่วยพิจารณาปรับงบฯ ลดลง ให้เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 3.1 เท่ากับภาพรวม ถ้านับเป็นจำนวนเงิน คือเพิ่มขึ้น 243 ล้านบาทจากปีที่แล้ว หรือลดลง 873 ล้านบาท จากงบฯ 64 ที่ขอมา

ท่านประธานครับ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติในภาวะวิกฤต เมื่อทุกหน่วยงานต่างพยายามตัดลดงบประมาณ เมื่อพี่น้องประชาชนและข้าราชการต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันเสียสละ อดทน ต่อสู้ไปด้วยกัน หากส่วนราชการในพระองค์ยอมตัดลดงบประมาณลง ย่อมทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์สูงเด่นขึ้น เพราะเมื่อประชาชนมองมาก็จะเห็นได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน

ท่านประธานครับ นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ผมยังมีความกังวลเรื่องหลักการอีกด้วย 

ขอยกตัวอย่าง กระทรวงกลาโหมมีรายการอยู่รายการหนึ่ง ซึ่งเสนอขอซื้อกระสุน เฉลี่ยนัดละ 3,000 บาท แต่ของจริง เมื่อกรรมาธิการไปสอบถาม กลับพบว่ากระสุนนัดละเพียงหลักสิบบาทเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ผมเข้าใจว่าทาง ผบ.ทบ. ไม่รู้เรื่องหรอกครับ หลังจากกรรมาธิการได้ซักถามไปก็ปรากฏว่าเป็นการลงรายการที่ผิด

ท่านเห็นไหมครับว่ามีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้จริง 

พวกเราในฐานะกรรมาธิการ เรายึดหลักประสิทธิภาพ ความเหมาะสม และความถูกต้อง 

การที่ส่วนราชการในพระองค์ไม่ต้องมีเอกสารชี้แจง ไม่ต้องมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ไม่ต้องชี้แจงในชั้นอนุกรรมาธิการด้วย ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบความเหมาะสม ประสิทธิภาพ หรือความถูกต้องได้

ผมเห็นว่าผิดหลักการในการทำงาน เงินไม่ว่าจะไปที่หน่วยงานไหน ก็มาจากภาษีประชาชน มาจากประชาชน

ดังนั้น นอกจากข้อเสนอที่ 1 แล้ว ข้อที่ 2 ผมจึงอยากเสนอให้กรรมาธิการปรับปรุงการทำงาน ให้ส่วนราชการในพระองค์นำเสนอตามกระบวนการปกติ เพื่อเงินที่มาจากภาษีของประชาชนจะได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกหน่วยงานได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในปีต่อๆ ไป

และผมขอเสนอให้ทางอนุกรรมาธิการข้อสังเกต ตั้งข้อสังเกตนี้ไว้ในรายงานกรรมาธิการของปีนี้เช่นกันครับ

ขอบคุณครับ

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“เชิญท่านวิรัชครับ”

วิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ : 

“กราบเรียนท่านประธาน ในส่วนการพิจารณางบประมาณในส่วนราชการในพระองค์ คงต้องเรียนท่านประธานว่าเราต้องถือว่าในหน่วยนี้ ทุกครั้งและทุกปีที่ผ่านมา เราก็ไม่มีโอกาสได้ดู แต่ทั้งหมดทั้งนี้ทั้งปวง เราก็ต้องให้ความเคารพและก็ให้เกียรติในประเด็นบางสิ่งบางอย่าง ก็จะเป็นหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่เราดูแล้ว เราก็ ทุกๆ ปีมาเราก็พอใจ

และถ้าเกิดไม่มีอะไร ท่านประธาน ผมก็ขออนุญาตเสนอผ่านหน่วยงานนี้”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“ทางสำนักงบประมาณเมื่อสักครู่จะชี้แจงในเรื่องของเหตุผลในการที่มีการขยายตัวของการเพิ่มขึ้นในการพิจารณาที่สำนักงบประมาณทราบ จะชี้แจงถูกต้องไหมครับ? เชิญเลยครับ”

วิยดา โชติรัตนะศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ :

“กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน วิยดา โชติรัตนะศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขอเรียนชี้แจงในส่วนของส่วนราชการในพระองค์นะคะ เนื่องจากการพระราชกำหนดโอนอัตราทำงานและงบประมาณในส่วนของกลาโหมเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 นี้นะคะ

ในปีงบประมาณ 2563 นี้จึงได้มีการโอนกำลังพลและงบประมาณบางส่วนจากกลาโหมมาเพิ่มที่ส่วนราชการในพระองค์เนี่ยประมาณ 2 พันล้านบาทนะคะ ถ้ารวมงบประมาณปี 2563 ที่ตั้งไว้ 7,685 ล้านบาท รวมที่โอนมาอีกประมาณ 2 พันกว่าล้านนี้นะคะ ก็จะเป็นงบประมาณที่มีจำนวนที่ลดลงประมาณ 833 ล้านบาท

ทั้งนี้ทั้งนั้นในงบประมาณปี 2564 นี้นะคะ งบประมาณของกระทรวงกลาโหมลดประมาณ 1,319 ล้านบาทเศษ ในขณะที่งบประมาณบุคลากรของส่วนราชการในพระองค์เพิ่มขึ้นประมาณ 1,295 ล้าน ซึ่งอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ตั้งไว้นะคะ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม : 

ก็ฟังดูว่าเป็นการเปลี่ยนในการตั้งงบประมาณจากกระทรวงกลาโหมมาในส่วนงานราชการในพระองค์เพราะฉะนั้นอัตราที่เพิ่มขึ้น ที่ธนาธรเป็นห่วงก็ไม่ได้เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นตามนั้นนะครับ

นี่คือคำชี้แจงนะครับแล้วก็ข้อเสนอของท่านวิรัชว่าจะให้ผ่านเดี๋ยวถ้าท่านกรรมาธิการเห็นด้วยผมก็จะนำเสนอตามที่ท่านวิรัชเสนอแต่ว่าท่านธนาธรยังติดใจอยู่ยังยกมืออยู่จะให้ท่านได้อภิปรายอีกครั้งนะครับเชิญครับ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ : 

“ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ จากเอกสารชี้แจงของกระทรวงกลาโหมนะครับ เอกสารชี้แจงของกระทรวงกลาโหมนะครับ หน้าที่ 16 เปรียบเทียบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 – 2564 จำแนกระดับส่วนราชการ มีอยู่บรรทัดหนึ่งใส่ไว้ว่า ‘นถปภ.รอ’ ซึ่งประมาณการ 200 ล้าน ซึ่ง ‘นถปภ.รอ’ ตามความเข้าใจของและก็ไม่น่าจะผิดก็คือ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่าคืออะไร

ดังนั้นความเข้าใจของผมก็คืองบประมาณส่วนนี้น่าจะเป็นราบที่ 1 กับราบที่ 11 ใช่ไหมครับ?”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“เดี๋ยวนะครับ ขอให้ทางผู้ชี้แจงได้ดูข้อมูล”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ระหว่างที่รอนะครับท่านประธาน….”

วิยดา โชติรัตนะศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ :

“ค่าใช้จ่ายที่ท่านธนาธรได้กล่าวมานี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมที่เป็นภาพรวมค่ะ ไม่ใช่ของหน่วย นถปภ.รอ โดยเฉพาะ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ไม่เข้าใจครับ ช่วยอธิบายอีกทีได้ไหมครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“ที่ท่านธนาธรจะเสนอระหว่างที่รอทำไมนะครับ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ผมอยากจะเสนอว่า อย่างที่ผมเสนอไปเมื่อสักครู่ครับ คือผมอยากตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเพื่อความเหมาะสม เพื่อให้ไม่มีกรณีอย่างนี้ในปีต่อๆ ไป ให้ส่วนราชการในพระองค์นำเสนอตามกระบวนการปกติ จะได้ไม่มีข้อครหาครับ 

ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดและสิ่งที่ผมเสนอเป็นการปกป้องพระเกียรติที่ดีที่สุดนะครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“แต่ว่าท่านไม่ติดใจที่ท่านวิรัช (วิรัช รัตนเศรษฐ) ได้นำเสนอ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ไม่ติดใจหรอกครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :  

“ถ้าไม่ติดใจก็ขอผ่านนะครับ ที่ท่านฝากไว้ก็เดี๋ยวกรรมาธิการก็จะไป ดูเหมือนว่าจะนำไปพิจารณา ปฏิบัติอย่างไรได้ ในข้อสังเกตจะใส่หรือไม่ก็เดี๋ยวเรามาพิจารณากันอีกทีหนึ่ง”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

“ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

ท่านประธานครับ อย่างไรฝากสำนักงบประมาณนะครับ จาก chart (แผนภูมิ) ที่ผมได้นำเสนอให้ดูแล้วว่าในแต่ละปีตั้งแต่ปี 2561 ถึงปี 2564 มีการ revise (แก้ไขใหม่) งบประมาณเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจทุกปี

ผมเองก็เกรงว่าถ้าไม่โปร่งใส จะทำให้พระเกียรติเสื่อมเสีย ก็ฝากให้ท่านช่วยนำข้อความของผมไปถึงส่วนราชการในพระองค์ด้วย ด้วยความหวังดีนะครับ ขอบคุณครับ”

วราเทพ รัตนากร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม :   

“ดังนั้นก็ผ่านการพิจารณานะครับ ต่อไปเลยก็จะเข้าในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ…”

-จบการพิจารณา-

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่น

กิจกรรม

9

ตุลาคม

เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ส่ง 32 ทีม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อ่านต่อ

10-12

ตุลาคม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปยังพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู – หนองคาย – บึงกาฬ – อุดรธานี

ความเคลื่อนไหว

   ดูทั้งหมด

จังหวัดไหนส่งบ้าง ? เช็คชื่อ – เบอร์ “คณะก้าวหน้า” ส่ง 42 ผู้สมัครชิงนายก อบจ.

เวทีแบบเบิ้มๆ ที่แรก ! “ปิยบุตร” ลุย “สกลนคร” คืนสังเวียนปราศรัยเลือกตั้งท้องถิ่น – หนุน “ณรงเดช อุฬารกุล” ผู้สมัครเบอร์ 3 ชิง นายก อบจ.

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

“คณะก้าวหน้า” เปิดตัวผู้สมัครท้องถิ่น 32 อบจ. “ธนาธร” ชูวิสัยทัศน์ – โชว์นโยบายยึดอุดมการณ์ “อนาคตใหม่” – ลั่น “เปลี่ยนประเทศไทยเริ่มได้ที่บ้านเรา”

“ธนาธร” ลุย “สกลนคร” ฟังวิสัยทัศน์ “ณรงคเดช” ว่าที่ผู้สมัคร อบจ. – ชูลงทุนด้านการศึกษา ท่องเที่ยว ยกระดับเกษตร ย้ำทุกอย่างต้องโปร่งใส่ ตรวจสอบได้

ขนส่งสาธารณะ “รถ – ราง – เรือ” เชื่อมประสานเปลี่ยน “อยุธยา” – “ธนาธร” ควง “วัสพงศ์” ลุยสำรวจ – ฟังปัญหาประชาชน ใช้ออกแบบนโยบาย

บทความ

   ดูทั้งหมด
บทความ

ว่าด้วยการปิดบริการรถไฟฟ้าในช่วงการชุมนุม: มองความสัมพันธ์ นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา ผ่านรถไฟฟ้า

ความเคลื่อนไหว บทความ

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า: อย่ายอมจำนนให้อำนาจเผด็จการปิดปากเรา

จึง "เรียน" มาเพื่อทราบ

ความนิยมในอำนาจและความประสาทแดก

โลกใหม่ที่เป็นไปได้

เหลียวซ้ายแลขวา บทเรียนจาก 6 ตุลาคม 2519 : จิตสำนึกสังคมนิยมแห่งยุคสมัย-พวกเขาคือนักสังคมนิยม

รายงานพิเศษ

มีอะไรใน “แขวน 6 ตุลา” ? เสียงสะท้อนคนหลายรุ่น “ทำไมต้องมีอะไรที่พูดไม่ได้ เราอยากได้คำตอบ” รำลึกเหตุการณ์ “อาชญากรรมรัฐ” การล้อมปราบอำมหิต

สัมภาษณ์พิเศษ

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ : การกลับมาของจิตร ภูมิศักดิ์ “คุณเพิกเฉยตัวเขาได้ แต่ไม่อาจเพิกเฉยงานของเขาได้เลย !”

รายงานพิเศษ

จาก “ลานโพธิ์” ถึง “ทำเนียบรัฐบาล” 1.49 ชั่วโมง – กว่า 10,000 ก้าว “ลองเดิน” บนเส้นทางทวงคืน “ประชาธิปไตย”

บทความ

หากใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้าที่ต้องทำให้งบประมาณปี 2564 บังคับใช้ให้ทันภายใน 1 ต.ค. ตามกรอบเวลาปกติ

Common School : Covid-1984

กายวิภาครัฐไทย : กลไกอำนาจรัฐและอำนาจนำในสังคมไทย